การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การบูรณาการ, หลักพุทธธรรม, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ 3. นำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยใช้แบบผสมผสาน การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการท่องเที่ยว จำนวน 385 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.964 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้บริหารอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐประศาสนศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้างตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ข้อมูลตามเนื้อหาในเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐและการให้บริการประชาชน ด้านการเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยและความสงบสุข ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพเชื่อมโยงชุมชน ด้านการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สมบูรณ์โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการเสริมสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และด้านการส่งเสริมการเกษตร การผลิตสินค้าชุมชนสู่สากล 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พบว่า 1) องค์ประกอบของการท่องเที่ยวส่งผลต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และหลักสัปปายะ 7 ส่งผลต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า จังหวัดเชียงใหม่นำหลักสัปปายะ 7 ได้แก่ สถานที่เหมาะสม หมู่บ้านหรือชุมชนเหมาะสม การพูดคุยเหมาะสม บุคคลเหมาะสม อาหารเหมาะสม สิ่งแวดล้อมเหมาะสม อิริยาบถเหมาะสม มาบูรณาการเข้ากับการท่องเที่ยว และสามารถผักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตและยั่งยืนได้
เอกสารอ้างอิง
เกียรติศักดิ์ ไชยพัฒนะพฤกษ์. (2566). การประยุกต์หลักสัปปายะ 7 ในการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ. วารสารพุทธศิลปกรรม, 6(2), 114-135.
กชนิภา อินทสุวรรณ์. (2564). รูปแบบประสิทธิผลการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยการบูรณาการหลักพุทธธรรมของจังหวัดสมุทรสาคร (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2565). แผนกลยุทธ์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสีขาวภายใต้ดมเดลเศรษฐกิจ BCG (พ.ศ. 2566-2577). กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กรุงเทพธุรกิจ. (2568). อนาคตท่องเที่ยวเชียงใหม่ : โอกาสบนความเสี่ยง. สืบค้น 6 มกราคม 2568, จาก https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1092109.
ธงชัย คล้ายแสง. (2562). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาโดยการบูรณาการหลักพุทธธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
บุญฑวรรณ วิงวอน. (2561). ตัวกำหนดการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเลือกแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สทมส.), 24(พิเศษ), 155-156.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2559). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 34). กรุงเทพฯ: มูลนิธิการศึกษาเพื่อสันติภาพ พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต).
พัชร์ศศิ เรืองมณีญาต์. (2566). การพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกโดยการประยุกต์ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Ramkhamhaeng University. (2568). ปัญหาและความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย. สืบค้น 6 มกราคม 2568, จาก https://mmm.ru.ac.th/MMM/IS/ml10/6114962050.pdf.
W.G. Cochran. (1963). Sampling Techniques (2nd ed.). New York: John Wile Sons.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

