ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลในการให้บริการระบบ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคมต่อผู้ประกันตนมาตรา 33
คำสำคัญ:
ระบบ e-Self Service, ผู้ประกันตนมาตรา 33, ประสิทธิผลการให้บริการบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันต่อประสิทธิผลในการให้บริการระบบ e-Self Service 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลในการให้บริการระบบ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคมต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 171 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุต่ำกว่า 25 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 15,000–25,000 บาท และเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาแล้ว 1–5 ปี ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีพบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.46, S.D. = 0.82) โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ รูปแบบของระบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน รองลงมาคือความสะดวกในการเข้าถึงและการช่วยลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร ส่วนประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ความมั่นใจด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศ ระดับการศึกษา รายได้ และระยะเวลาในการเป็นผู้ประกันตนที่แตกต่างกันส่งผลต่อความคิดเห็นต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่อายุที่แตกต่างกันไม่ส่งผลต่อความคิดเห็นดังกล่าว นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณพบว่าปัจจัยที่ศึกษามีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลในการให้บริการระบบ e-Self Service ในระดับค่อนข้างสูงโดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลในการให้บริการได้ร้อยละ 60.2 และมีความเหมาะสมทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าปัจจัยด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการให้บริการระบบ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคมต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2568). แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน).
ธนกมล คงสมโอษฐ์. (2567). ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้บริการขอรับประโยชน์ทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service) ของผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
กมลวรรณ สัมพันธกุล. (2563). การพัฒนารูปแบบการให้บริการภาครัฐผ่านระบบ e-Service: กรณีศึกษาสำนักงานประกันสังคม (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์ชนกฑ์ เอกรักษ์พาณิช. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับระบบการบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service): กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.
ชัชรภูมิ บุญเทพ. (2567). ชนิดของสื่อที่ส่งผลให้ผู้ประกันตนตัดสินใจใช้และยอมรับการใช้บริการe-Self Service กรณีคลอดบุตรของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, 3(3), 1-26.
จุฑารัตน์ สวัสดิ์พูน. (2567). ปัจจัยด้านคุณภาพระบบต่อการสร้างความพึงพอใจของผู้ใช้บริการระบบ (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Likert, R. (1932). A Technique for the Measurement of Attitudes. Archives of Psychology. New York: New York University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

