อนาคตของการบริการสาธารณะ: นโยบายภาครัฐในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
การบริการสาธารณะ, นโยบายภาครัฐในยุคดิจิทัล, รัฐบาลดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์อนาคตของการบริการสาธารณะของไทยที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่ยุคดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์แนวโน้มและนโยบายสำคัญที่ขับเคลื่อนการบริการสาธารณะของภาครัฐไทย ทบทวนพัฒนาการของภาครัฐดิจิทัลจากยุค 2.0 ถึงยุค 4.0 และนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบกรอบแนวคิดการบริการสาธารณะดิจิทัลแบบยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าภาครัฐไทยจำเป็นต้องปรับตัวจากระบบราชการแบบดั้งเดิม ไปสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ฉลาด คล่องตัว และเข้าถึงง่าย ผ่านการบูรณาการบริการในแพลตฟอร์มเดียว (Government as a Platform) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำเสนอบริการเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalized Services) การเสริมสร้างความไว้วางใจในโลกดิจิทัลผ่านบล็อกเชน (Blockchain) และความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบนโยบายและบริการ บทเรียนจากนานาชาติ อาทิ เอสโตเนีย สิงคโปร์ และเดนมาร์ก ยืนยันว่าการบริการสาธารณะดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี กฎระเบียบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้เขียนเสนอว่าอนาคตของการบริการสาธารณะไทยคือการสร้างรัฐบาลที่ชาญฉลาด ตอบสนองเร็ว และใส่ใจประชาชน โดยขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและนำพาสังคมไทยสู่ความยั่งยืนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
เกษม แก้วสนั่น. (2566). การบริการสาธารณะตามหลักธรรมาภิบาล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(5), 117-128.
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (2563). คู่มือเมืองอัจฉริยะประเทศไทย: บทนำของเมืองอัจฉริยะ. กรุงเทพมฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล.
ชวนากร อัศวพิชยนต์ และคณะ. (2567). แนวคิดการจัดบริการสาธารณะแนวใหม่: การมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อการบริหารงานภาครัฐ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(9), 1605-1623.
ถวิลวดี บุรีกุล. (2552). การมีส่วนร่วม แนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการ. กรุงเทพฯ: เอ พี กราฟิกดีไซน์และการพิมพ์.
ทรงยศินทร์ ชนปทาธิป. (2567). การส่งเสริมเมืองอัจฉริยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(5), 299-309.
ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 20). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภูมิ ชาติดี และถิรวุฒิ แสงมณีเดช. (2567). การจัดการบริการสาธารณะแนวใหม่ด้านการส่งเสริมสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุของภาครัฐในระดับท้องถิ่นด้วยการวิเคราะห์อภิมาน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(4), 142-152.
พระวิจิตร ญาณวโร. (2568). ทิศทางการบริหารงานท้องถิ่นไทยในอนาคต. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(1), 122-132.
ยศธร ทวีพล. (2567). นัยยะทางวิชาการของการปฏิรูปบริการสาธารณะ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(3), 53-67.
วิโรจน์ ก่อสกุล. (2567). การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลไทย. วารสารรามคำแหง ฉบับรัฐประศาสนศาสตร์, 7(1), 39-64.
วิสุทธิณี ธานีรัตน์. (2567). การบริการสาธารณะ: กรณีศึกษาทัศนคติของประชาชนต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(4), 2193-2207.
วีรภัทร์ พันธุ์หาญ. (2567). รูปแบบการพัฒนานวัตกรรมการบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานครที่มีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล. วารสาร มมร ล้านนาวิชาการ, 13(1), 94-105.
ศศิร์อร อินโต และคณะ. (2567). การจัดทำการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเมืองพัทยา ตามหลักธรรมาภิบาล. วารสารสมาคมนักวิจัย, 29(1), 1-14.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. สืบค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2569, จาก https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/dg-plan-2566-2570/
Janowski, T. (2015). Digital Government Evolution: from Transformation to Contextualization. Government Information Quarterly, 32(3), 221-236.
Mergel, I., Edelmann, N., & Haug, N. (2019). Defining digital transformation: Results from expert interviews. Government Information Quarterly, 36(4), 101385.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

