อิทธิบาท 4: พลังฐานรากสู่การมีส่วนร่วมการท่องเที่ยวโดยชุมชน
คำสำคัญ:
อิทธิบาท 4, การมีส่วนร่วม, การท่องเที่ยวโดยชุมชนบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน เสริมสร้างรายได้ และอนุรักษ์วิถีชีวิต ผ่านการพัฒนาคนและการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างสมดุลจากรากฐานภายในชุมชน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของในการบริหารจัดการท่องเที่ยว ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา การศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารจากแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวในชุมชนและสภาพปัญหาของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการสังเคราะห์หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการประยุกต์ใช้ในการทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่ต่างคนต่างทำมาเป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังภายในของชุมชน สามารถนำไปสู่การท่องเที่ยวที่เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และยังคงเอกลักษณ์ของชุมชนไว้ ก่อให้การท่องเที่ยวที่มีความเติบโตอย่างมีทิศทางคือ ฉันทะ ความพอใจ ใจรัก ด้วยการสร้างความภูมิใจในอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ให้คนในชุมชนมีความสุขและเต็มใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้มาเยือน วิริยะ ความพากเพียร มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการ แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อรักษามาตรฐานและความเป็นธรรมในชุมชน จิตตะ ความเอาใจใส่ รับผิดชอบต่อหน้าที่และการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวคงความสมบูรณ์ส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง และวิมังสา การใช้ปัญญา การรู้จักคิด วิเคราะห์ และวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขจุดอ่อนและสร้างนวัตกรรมทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลง
เอกสารอ้างอิง
เฉลียว บุรีภักดี และคณะ. (2545). ชุดวิชาการวิจัยชุมชน ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตการจัดการและประเมินโครงการ. นนทบุรี: เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์.
ชูวิทย์ ศิริเวชกุล.(2565). แผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ความสมดุลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570), สืบค้น 25 กรกฎาคม 2569, จาก https://sscthailand.org/assets/mobileapp/stdjob/151515.pdf.
เดลินิวส์ ออนไลน์. (2567). ททท. เร่งผลักดันท่องเที่ยวไทย ก้าวสู่จุดหมายปลายทางที่ยั่งยืนระดับโลก, สืบค้น 25 กรกฎาคม 2569, จาก https://www.dailynews.co.th/news/3765431.
ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม และพรรณทิพย์ เพชรมาก. (2551). การบริหารสังคม ศาสตร์แห่งศตวรรษเพื่อสังคมไทยและสังคมโลก. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน.
ภารวี ขจรไพบูรณ์ และคณะ. (2565). ปัญหาการท่องเที่ยวโดยชุมชนและหน่วยงานของรัฐในจังหวัดชุมพร. วารสารการบริหารปกครอง (Governance Journal), 11(2), 107-108.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. (2553). การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม: ประชาชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและราชการ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.
สุนันทา จันทวารา. (2545 ). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหาดคูเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี (การค้นคว้าอิสระศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Cohen, John M. & Uphoff. Norman T. (1977). Rural Participation: Concepts and Measures for Project Design, Implementation and Evaluation. In Rural Development Monograph No.2 The Rural Development Committee Center for International Studies, Cornell University, Janu January.
Cohen John M. & Uphoff. Norman T. (1980). Participation’s Place in Rural Development. Seeking Clarity Through Specificity. World Development.
Huntington, S. & Nelson, S. (1975). No easy choice: political participation in developing countries. New York: Harvard University Press.
Putti. (1987). Work values and organizational commitment: A study in the Asian context. Human Relations, 4(2), 275-288.
United Nations (1981). Yearbook of International Trade Statistics. United Nations: UN Press.
William, E. (1976). Electoral Participation in a Low Stimulus Election. Rural Development. 4(1), 111–124.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

