การพัฒนากรอบแนวคิดเชิงกระบวนทัศน์ของหลักสูตรบริหารการศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลงพลิกผัน: การวิจัยแบบผสมผสาน
คำสำคัญ:
หลักสูตรบริหารการศึกษา, การวิจัยแบบผสมผสาน, การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ, กรอบแนวคิดเชิงกระบวนทัศน์, การเปลี่ยนแปลงพลิกผันบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อหลักสูตรบริหารการศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลงพลิกผัน 2. วิเคราะห์องค์ประกอบของหลักสูตรบริหารการศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลงพลิกผัน และ 3. สังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงกระบวนทัศน์บนฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการพัฒนาหลักสูตรบริหารการศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานชนิดการออกแบบลำดับขั้นเชิงสำรวจ ระยะที่ 1 เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยแบบสอบถามปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อนำผลไปพัฒนาเครื่องมือวิจัย ระยะที่ 2 เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวน 204 คน ด้วยแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ ภาวะผู้นำดิจิทัล การบริหารบนฐานข้อมูล การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น 2. หลักสูตรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ภาวะผู้นำดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง การบริหารบนฐานข้อมูลและธรรมาภิบาลภายใต้กฎหมายและจริยธรรมวิชาชีพ และการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาการ ซึ่งอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 79.79 และ 3. การบูรณาการผลการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และแนวคิดทางทฤษฎี นำไปสู่การพัฒนากรอบแนวคิดเชิงกระบวนทัศน์บนฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ การนำและการเปลี่ยนแปลง การจัดการเรียนรู้และหลักสูตร ข้อมูลและเทคโนโลยี เครือข่ายและการพัฒนาองค์กร และการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรม ซึ่งสามารถใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการพัฒนาหลักสูตรและกำหนดนโยบายการผลิตผู้บริหารการศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลงพลิกผัน
เอกสารอ้างอิง
จุฑามาศ กมล และ สุภาวดี ลาภเจริญ. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในสังกัดสหวิทยาเขตปิยมิตร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(8), 388-403.
ธีระ รุญเจริญ. (2555). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา ยุคปฏิรูปการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: แอล.ที.เพรส.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2561). การศึกษา 4.0 เป็นยิ่งกว่าการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2564). การศึกษาไทยในปัจจุบัน: ถึงเวลาของการคิดใหม่ คิดใหญ่ และทำทันที. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
สุมน อมรวิวัฒน์ (2554 ). ครุศึกษากับความเปลี่ยนที่ท้าทาย: ปาฐกถาศาสตร์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วัชรินทร์ พี.พี.
Boeskens, L., & Meyer, S. (2025). Policies for the digital transformation of school education. Paris: OECD Publishing.
Creswell, J. W., & Guetterman, T. C. (2019). Educational research: Planning, conducting, and evaluating quantitative and qualitative research. (6th ed.). London: Pearson.
Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. San Francisco: Jossey-Bass.
Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J. and Anderson, R.E. (2019) Multivariate Data Analysis. (8th Ed.). London: Pearson.
Hallinger, P. (2018). Bringing context out of the shadows of leadership. Educational Management Administration & Leadership, 46(1), 5–24.
Mandinach, E. B., & Gummer, E. S. (2016). What does it mean for teachers to be data literate?. Teachers College Record, 118(11), 1–25.
OECD. (2019). OECD Skills Strategy 2019: Skills to Shape a Better Future. Retrieved January 15, 2026, from https://doi.org/10.1787/9789264313835-en.
OECD. (2025). Trends shaping education 2025. OECD Publishing.
Schwab, K. (2017). The fourth industrial revolution. New York: Crown Publishing Group.
UNESCO. (2021). Recommendation on the Ethics of Artificial Intelligence. Retrieved January 15, 2026, from https://www.unesco.org/en/articles/recommendation-ethics-artificial-iintelligence.
UNESCO. (2024). Recommendation on the Ethics of Artificial Intelligence. France: UNESCO.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

