การประยุกต์หลักพละธรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ในตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
หลักพละธรรม, ความรู้ความเข้าใจทางการเมือง, ผู้ปกครองท้องที่บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ในตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ 2.ศึกษาปัจจัยหลักพละ 4 ที่ส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ และ 3.นำเสนอการประยุกต์หลักพละธรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ 379 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ส่วนเชิงคุณภาพสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 10 คน วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1.ระดับความรู้ความเข้าใจทางการเมืองผู้ปกครองท้องที่ อยู่ในระดับมาก 2.หลักพละธรรมที่ส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ ได้แก่ สังคหพละ (β = .505) มีอิทธิพลเชิงบวกระดับค่อนข้างสูงในการส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองในการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคมชุมชน วิริยพละ (β = .335) มีอิทธิพลเชิงบวกระดับปานกลางต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองในการแสวงหาความรู้และพัฒนาตนเอง และอนวัชชพละ (β = .152) มีอิทธิพลเชิงบวกระดับค่อนข้างต่ำต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองในการส่งเสริมให้บุคคลมีการพิจารณาและตัดสินใจทางการเมืองอย่างรอบคอบ สามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 76.00 แต่ปัญญาพละไม่ส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่ในตำบลช่อแฮเนื่องจากประชาชนให้ความสนใจในด้านเศรษฐกิจมากกว่าการเมือง 3.หลักพละธรรมมีบทบาทสำคัญ ได้แก่ ปัญญาพละ ส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจในระบบการเมืองการปกครองอย่างถูกต้อง วิริยพละ ส่งเสริมความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ชุมชน อนวัชชพละ ส่งเสริมความซื่อสัตย์ โปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล และสังคหพละ ส่งเสริมความร่วมมือ ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยหลักธรรมทั้ง 4 ด้านได้รับการบูรณาการเป็น TRESF Model (The Four Bases of Power Rights & Liberties Equity Sovereignty Fraternity Model) รูปแบบการประยุกต์หลักพละธรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเมืองของผู้ปกครองท้องที่อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงมหาดไทย. (2564). แนวทางการบริหารราชการส่วนภูมิภาค: แนวทางการประเมินส่วนราชการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาดไทย.
เทศบาลตำบลช่อแฮ. (2568). จำนวนประชากรตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568, จาก https://www.chohae.go.th/home
ธนสิทธิ์ ฉัตรสุวรรณ. (2566). การสร้างภราดรภาพในสังคมพหุวัฒนธรรม: มุมมองจากพุทธศาสนา. วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 30(2-3), 72-90.
ปกิจ พรรัตนานุกูล. (2564). ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี (สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปัญญา คล้ายเดช. (2560). ระเบียบวิธีการวิจัยทางรัฐศาสตร์. ขอนแก่น: หจก.ขอนแก่นการพิมพ์.
พระครูใบฎีกาเขมปัตถ์ สุทฺธิธมฺโม. (2564). การบริหารการพัฒนาตามแนวทางของหลักพละ 4 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2553). วิธีบูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2559). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาเอกกวิน ปิยวีโร (อะซิ่ม). (2564). การนำหลักพุทธธรรมาภิบาลไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระลิขิต สุเขฐิโต (สอนมา), และคณะ. (2566). การประยุกต์ใช้หลักพละธรรม 4 ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาของวัดหัวถนน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 937-952.
พระศรีธีรพงษ์ (อุดม สารเมธี). (2557). จริยธรรมผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสังวาน เขมปญฺโญ (สายเนตร), และคณะ. (2565). การสื่อสารทางการเมือง. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(3), 357-368.
พระใบฎีกาไพโรจน์ กนฺตธมฺโม (สุปินะ). (2567). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นเทศบาลตำบลจริม อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิสุทธิ์ โพธิแท่น. (2554). ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองกับการพัฒนาประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมนึก ภัททิยธนี. (2565). การวัดผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). พลิกโฉมประเทศไทยก้าวไปด้วยกัน: รายงานสถานการณ์สังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2565. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำเริง ราชฉวาง. (2566). การรับรู้ทางการเมืองของประชาชนที่มีผลต่อการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร (สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต).พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุรพล สุยะพรหม และสุทธิรัก ศรีจันทร์เพ็ญ. (2553). ระเบียบวิธีการวิจัยทางการจัดการ.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อวยชัย รางชัยกุล. (2560). การประยุกต์ใช้พละ 4 เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานเกษตรจังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

