ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์กับการยกระดับการจัดการภาครัฐ
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์, การปฏิรูปการจัดการภาครัฐ, นวัตกรรมสาธารณะบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้นำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารงานภาครัฐท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่มีความผันผวนและซับซ้อนในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างสมรรถนะของผู้นำเชิงกลยุทธ์กับประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสาธารณะ การยกระดับการจัดการภาครัฐจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญใน 2 ประเด็น คือ ในเรื่องการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจากแนวดิ่งสู่แนวระนาบเพื่อสร้างความคล่องตัว โดยผู้นำต้องปรับบทบาทจากการใช้อำนาจสั่งการเป็นการกระจายอำนาจตัดสินใจสู่ระดับปฏิบัติการ และการทลายโครงสร้างแบบไซโล และการสร้างทีมงานข้ามสายงานที่ยืดหยุ่นและการจัดการนวัตกรรมสาธารณะและการสร้างคุณค่าร่วม โดยเปลี่ยนบทบาทของรัฐจากการเป็นผู้ผูกขาดการบริการสู่การเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อรังสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ได้นำเสนอองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการภาครัฐยุคอุบัติใหม่ 5 ประเด็น ได้แก่ การสร้างนิเวศวิทยาแห่งความไว้วางใจ การจัดการแบบพลวัตผ่านโครงสร้างกึ่งรูปนัย นวัตกรรมแบบเปิดเพื่อมวลชน การประเมินผลเชิงคุณค่ารวม และภาวะผู้นำแบบผู้พยากรณ์เชิงรุก ข้อสรุปจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบราชการจากการทำงานเชิงตั้งรับไปสู่การทำงานเชิงรุกที่เน้นผลสัมฤทธิ์และความยั่งยืนอันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
โกวิทย์ พวงงาม. (2558). ประชาธิปไตยทางการคลังไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจริญ ภูสุวรรณ และกมลวรรณ วรรณธนัง. (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของพนักงานในเทศบาลเมืองเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(3), 103-117.
ชำนาญ จันทร์เรือง. (2549). การกระจายอำนาจที่แท้จริงเป็นอย่างไร. กรุงเทพฯ: ประชาไทย.
ชำนาญ ชูเที่ยง และคณะ. (2566). การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นภายใต้กระบวนทัศน์การปกครองท้องถิ่นสมัยใหม่. วารสารการบริหารและสังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(4), 297-308.
ธนภูมิ ชาติดี และถิรวุฒิ แสงมณีเดช. (2567). การจัดการบริการสาธารณะแนวใหม่ด้านการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุของภาครัฐในระดับท้องถิ่นด้วยการวิเคราะห์อภิมาน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(4), 142-152.
ธัญญพัทธ์ ภูริพินิศนันท์. (2565). การกระจายอำนาจกับการพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 8(1), 85-100.
ปรัชญา จำนงค์. (2566). นวัตกรรมการบริหารจัดการงานบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดนครปฐม. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 7(4), 1402-1413.
พจนาลัย ไชยรังสี. (2550). การเมืองและการปกครองในประเทศสหราชอาณาจักร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ภัครธรณ์ เอี่ยมอำภา. (2567). ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 7(1), 33-47.
วราวุธ วังธะพันธ์. (2567). การขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษากับการกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่ท้องถิ่นเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 44(3), 186-216.
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2559). การเมืองไทย. กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สุรชัย พรหมพันธุ์ และคณะ. (2567). โครงสร้างกรุงเทพมหานครตามแนวทางการกระจายอำนาจ. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 13(2), 53-72.
Bass, B. M., & Avolio, B. J. (1990). Transformational leadership development. California: Consulting Psychologist.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

