เศรษฐศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
คำสำคัญ:
เศรษฐศาสตร์, การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ, ข้อตกลงเขตการค้าเสรีบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะนำเสนอ 1. การวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ
มหภาคและสถานการณ์การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของประเทศไทย 2. การประเมินข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และ 3. การสังเคราะห์แนวทางเชิงนโยบายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยมีความสำคัญในบริบทที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการฟื้นตัวและการปรับโครงสร้าง ท่ามกลางการแข่งขันด้านการลงทุนที่รุนแรงในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งพบว่าประเทศไทยยังมีข้อจำกัดทั้งด้านกฎระเบียบ แรงงาน และข้อตกลงทางการค้า ส่งผลให้การไหลเข้าของเงินลงทุนต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง วิธีการวิเคราะห์ใช้การสังเคราะห์ข้อมูลเชิงนโยบาย เศรษฐกิจมหภาค และกรอบแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์การลงทุน โดยเฉพาะทฤษฎี OLI เพื่ออธิบายปัจจัยกำหนดการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ควบคู่กับการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค ผลการศึกษาพบว่า การเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินการอย่างบูรณาการ ทั้งด้านการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ชัดเจน การพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก การปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความคล่องตัว และการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่มีเอกภาพและจูงใจมากขึ้น ข้อสรุปสำคัญคือ การยกระดับศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไม่อาจพึ่งพามาตรการทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยบทบาทเชิงรุกของรัฐในลักษณะการกำกับระบบนิเวศการลงทุน การบูรณาการนโยบายระหว่างหน่วยงาน และการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
คณะอนุกรรมาธิการด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย. (2568). FDI ไทยชะลอตัว กนอ. เร่งปฏิรูปกฎระเบียบ - ที่ดิน ชูแผนฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน. สืบค้น 19 มีนาคม 2569, จาก https://web94.senate.go.th/assets/portals/437/news/51/1_51.pdf
ธนวรรธน์ พลวิชัย. (2564). ตำราเรียนเศรษฐศาสตร์การจัดการ: เครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจในปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: เยลโล่การพิมพ์ (1988).
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568). วิเคราะห์ผลกระทบเบื้องต้นของนโยบายการค้าโลกต่อเศรษฐกิจไทย. สืบค้น 19 มีนาคม 2569, จาก https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news20250417.html
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. (2569). ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 และ 2569. สืบค้น 19 มีนาคม 2569, จาก https://www.mof.go.th/wp-content/uploads/2026/01/ข่าวแถลงกระทรวงการคลังฉบับที่-7-2569.pdf
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ต่อการพัฒนาตลาดทุนไทย. สืบค้น 19 มีนาคม 2569, จาก https://www.nesdc.go.th/สภาพัฒน์ต้อนรับคณะอนุก%2F
Dunning, J. H. (1988). The eclectic paradigm of international production: A restatement and some possible extensions. Journal of International Business Studies, Volume 19, 1–31.
Matsushima, D. (2017). Cross-Border Value Chain Bottlenecks in the Southern Economic Corridor (SEC). Retrieved March 19, 2026, from https://mekonginstitute.org/wp-ontent/uploads/2023/07/1.Research_Report_on_Cross_Border_Value_Chain_Bottlenecks_in_the_SEC.pdf
UNCTAD. (2022). World investment report 2022: International tax reforms and sustainable investment. United Nations. Retrieved March 19, 2026, from https://unctad.org/system/files/official-document/wir2022_en.pdf
Wheeler, D., & Mody, A. (1992). International investment location decisions: The case of U.S. firms. Journal of International Economics, 33(1–2), 57-76.
World Bank. (2020). Doing business 2020: Comparing business regulation in 190 economies. Washington DC: World Bank Publications.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

