เปรียบเทียบกฎหมายแรงงานในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
คำสำคัญ:
การระงับข้อพิพาทแรงงาน, การไกล่เกลี่ย, กฎหมายแรงงานบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักการระงับข้อพิพาททางเลือก 2. ศึกษาการระงับข้อพิพาทก่อนฟ้องตามกฎหมายแรงงานของประเทศไทย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น 3. วิเคราะห์เปรียบเทียบการระงับข้อพิพาทก่อนฟ้องของไทยกับต่างประเทศ และ 4. เสนอแนะแนวทางปรับปรุงกฎหมายแรงงานไทยให้สอดคล้องกับหลักการระงับข้อพิพาททางเลือก เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ การวิจัย เอกสาร กฎหมาย บทความ รายงานวิจัยและอื่น ๆ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Document Analysis Form) ข้อมูลจากกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คำพิพากษาของศาล หนังสือ วารสาร บทความ รายงานการวิจัย และเอกสารที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทแรงงานและรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์หาข้อเสนอแนะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแรงงานไทยให้สอดคล้องกับหลักการระงับข้อพิพาททางเลือก
ผลการวิจัยพบว่า 1. การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานของไทยเน้นทฤษฎีการเจรจาแบบแข่งขัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการของการระงับข้อพิพาททางเลือกที่เน้นความร่วมมือ 2. กฎหมายไทยกำหนดกรอบเวลาไกล่เกลี่ยภายใน 5 วัน และให้ข้าราชการทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย ขณะที่กฎหมายของสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ไม่กำหนดกรอบเวลาแน่นอนและผู้ไกล่เกลี่ยต้องมีคุณสมบัติด้าน ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง 3. ระบบกฎหมายแรงงานไทยขาดความยืดหยุ่น การแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ยจากข้าราชการทำให้ขาดความเป็นกลางและความชำนาญ แตกต่างจากประเทศที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานสัมพันธ์ทำหน้าที่แทน และ 4. ควรปรับปรุงกฎหมายแรงงานให้กำหนดกรอบในการไกล่เกลี่ยให้เหมาะสม และกำหนดคุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ยให้มีความรู้ ความสามารถ และความเป็นกลางตามหลักวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ. (2560). คู่มือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2561). คู่มือการระงับข้อพิพาทแรงงาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงแรงงาน.
กิตติธัช ณรงค์ชัย. (2566). ปัญหาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนญาดา จันทร์แก้ว. (2562). มาตรการไกล่เกลี่ยคดีแรงงาน (การค้นคว้าอิสระนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชนาธิป ชินะนาวิน. (2553). การระงับข้อพิพาทแรงงานโดยสมัครใจ (ดุษฎีนิพนธ์นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562. (2562, 22 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 67 ก. หน้า 1.
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518. (2518, 26 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 92 ตอนที่ 47 หน้า 1.
วิทูล หนูยิ้มซ้าย. (2561). รูปแบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยแนวทางพุทธสันติวิธี: กรณีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสภาทนายความ กรุงเทพมหานคร (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสันติศึกษา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2562). รายงานการพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาททางเลือกในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.
_____. (2566). รายงานสถิติคดีศาลยุติธรรม ประจำปี 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.
สุดาศิริ วศวงศ์. (2553). คำอธิบายกฎหมายแรงงาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติบรรณการ.
Fossum, J. A. (2009). Labor Relations: Development, Structure, Process. Singapore: McGrawKill.
Government of Japan. (1946). Labor Relations Adjustment Act (1946). Retrieved May 24, 2025, from https://shorturl.asia/LdYcR
Hamaguchi, K. & Takahashi, Y. (2015). Comparative Analysis of Employment Dispute Cases Resolved by Labour Bureau Conciliation, Labour Tribunals and Court Settlement. Retrieved May 18, 2025, from https://www.jil.go.jp/english/reports/jilpt_research/2015/no.174.html
New Zealand Government. (2000). Employment Relations Act 2000. Retrieved May 22, 2025, from https://shorturl.asia/RYltK
United States Congress. (1935). Labor Management Relations Act of 1935. Retrieved May 23, 2025, from https://url.in.th/nKKEH
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

