การพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุในตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาอาชีพ, ผู้สูงอายุเปราะบาง, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, หลักพุทธธรรม, การพัฒนาชุมชนบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สำรวจและศึกษาอาชีพที่เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุ 2. วิเคราะห์องค์ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาอาชีพ และ 3. ประเมินผลการพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้สูงอายุในตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้สูงอายุ จำนวน 200 คน ซึ่งได้จากสูตรของ Taro Yamane (ค่าความคลาดเคลื่อน 0.07) และการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ นักพัฒนาชุมชน และผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.87) และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Cronbach’s α = 0.92) รวมทั้งแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มย่อย ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ (Paired Sample t-test) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1. อาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในพื้นที่มี 5 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรรมยั่งยืน หัตถกรรมพื้นบ้าน อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป บริการและการดูแล และการค้าขาย 2. ผู้สูงอายุมีองค์ความรู้ท้องถิ่น จำนวน 12 สาขา เช่น เกษตรผสมผสาน สมุนไพรพื้นบ้าน การแปรรูปผลไม้ การทอผ้า และการจักสาน ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักพุทธธรรม ได้แก่ ความพอเพียง ความอดทน และการแบ่งปัน และ 3. หลังจากเข้าร่วมโครงการ ผู้สูงอายุมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.6 (p < .01) มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม ( = 4.42, S.D. = 0.51) อยู่ในระดับมากที่สุด และสามารถนำองค์ความรู้ไปประกอบอาชีพจริง ร้อยละ 91.7 ส่งผลให้เกิดโมเดลบูรณาการพุทธ–ภูมิปัญญาชุมชน (Buddha–Local Livelihood Integration Model: BLLIM) ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนบนฐานพุทธธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
กรมพัฒนาที่ดิน. (2561). รายงานข้อมูลการใช้ที่ดินจังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
จรัญญา วงษ์พรหม และคณะ. (2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ. Veridian E-Journal, Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and Arts), 8(3), 41-54.
ดวงพร กิจอาทร และคณะ. (2560). การพัฒนากลุ่มอาชีพผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือใหม่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคม สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, 6(2), 74-85.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2556). พุทธธรรม (ฉบับขยาย). กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2568). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ. 2568. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอมะขาม. (2566). รายงานข้อมูลกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี. จันทบุรี: กรมการพัฒนาชุมชน.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). รายงานสถิติประชากรและสังคมไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
_____. (2566). รายงานสถิติประชากรและสังคมไทย พ.ศ. 2566–2567. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างคีรี. (2566). ข้อมูลพื้นฐานตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี. จันทบุรี: องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างคีรี.
อุบล วุฒิพรโสภณ และคณะ. (2560). การพัฒนานโยบายและศักยภาพขององค์กรชุมชนในการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. วารสารสันติศึกษา ปริทรรศน์ มจร, 6(1), 61–72.
Creswell, J. W. (2014). Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches (4th ed.). Thousand Oaks, CA: Sage.
Maurer, T. C. (2001). Career-Relevant Learning and Development, Worker Age, and Beliefs About Self-Efficacy for Development. Journal of Management, 27, 123–140.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

