การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและความเสมอภาค : นโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในประเทศไทย
คำสำคัญ:
ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ, การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพบทคัดย่อ
ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นธรรมในสังคมไทย แม้การเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานจะขยายตัวมากขึ้น แต่ช่องว่างด้านข้อมูลสุขภาพ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และความรอบรู้ด้านสุขภาพยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลสุขภาพในประเทศไทย โดยเชื่อมโยงกับบทบาทของการสื่อสารสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ รวมทั้งสังเคราะห์บทเรียนเชิงนโยบายจากต่างประเทศเพื่อเสนอแนวทางที่เหมาะสม งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพในลักษณะกระบวนการศึกษาวิเคราะห์นโยบายสาธารณะอย่างเป็นระบบ ผ่านการทบทวนเอกสาร งานวิชาการ และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทฤษฎีหลักที่ใช้ คือ แนวคิดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพเชิงโครงสร้างและทฤษฎีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ผลการวิเคราะห์พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกสื่อสารสุขภาพระดับพื้นที่ที่เชื่อมโยงนโยบายส่วนกลางสู่ประชาชน ขณะเดียวกันยังเผชิญความท้าทายจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และเทคโนโลยี การเปรียบเทียบกรณีศึกษาต่างประเทศ เช่น กลไกตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพ แสดงให้เห็นความสำคัญของการสร้างระบบข้อมูลที่โปร่งใสและการยกระดับทักษะสุขภาพเชิงรุก บทความนี้เสนอแนวทางข้อมูล–สื่อสาร–เสมอภาค ซึ่งประกอบด้วย 1. การผลักดันนโยบายข้อมูลสุขภาพแบบเปิดเผยและปลอดภัยภายใต้กรอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2. การจัดตั้งทีมสื่อสารสุขภาพในระดับท้องถิ่น โดยมีทักษะด้านสุขภาพ ดิจิทัล และกฎหมายข้อมูล และ 3. การยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพเชิงรุกสำหรับประชาชนผ่านกิจกรรมและสื่อเฉพาะกลุ่ม หากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างด้านสุขภาพและสร้างความเสมอภาคทางสุขภาพอย่างยั่งยืนในสังคมไทย
เอกสารอ้างอิง
Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Health Communication Strategies and Tools. Retrieved August 25, 2025, from https://shorturl.asia/rTGIP
Culliford, A. E. et al. (2023). Improving Communication of the UK Sustainable Healthy Diet Guidelines: Application of the COM-B Model and Social Marketing Principles. Sustainability, 15(7), 1–23.
McCombs, M. E. & Shaw, D. L. (1972). The Agenda–Setting Function of Mass Media. Public Opinion Quarterly, 36(2), 176–187.
National Health Service. (n.d.). Better Health Campaign Resources. Retrieved August 25, 2025, from https://www.nhs.uk/better-health/?utm_source.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2018). Health Literacy, Policy, and Equity. Retrieved August 25, 2025, from https://shorturl.asia/3dHlh
Rogers, E. M. (2003). Diffusion of Innovations (5th ed.). New York: Free Press.
Saito, T. et al. (2019). Development of an Index of Community-Based Integrated Care for Older People in Japan. Geriatrics & Gerontology International, 19(10), 930–935.
Sudathip, P. et al. (2022). Leveraging Geo-Referenced Malaria Information to Increase Domestic Financial Support for Malaria Elimination in Thailand. Malaria Journal, 21(1), 1–15.
Unicef. (n.d.). Korea Disease Control and Prevention Agency Resources. Retrieved August 25, 2025, from https://shorturl.asia/1AYsU
United Nations. (n.d.). Sustainable Development Goals (SDGs) and Health Equity. Retrieved August 25, 2025, from https://shorturl.asia/Oy9zt
Wongkongdech, A. et al. (2024). The Effectiveness of Participatory Health Literacy Promoting Programs Among Diabetes Risk Groups in Community, Thailand. Asian Journal of Social Health and Behavior, 7(4), 172–179.
World Health Organization. (2022). Infodemic Management: Key Principles and Guidelines. Geneva: World Health Organization.
_____. (n.d.). Health Equity and Social Determinants. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

