พฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและมุมมองต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการเปิดรับสื่อ, การประชาสัมพันธ์, ภาพลักษณ์องค์กรบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน 2. ศึกษามุมมองต่อภาพลักษณ์ 3. เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อภาพลักษณ์ จำแนกตามเพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษา และ 4. เพื่อได้ข้อเสนอแนะพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและมุมมองต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหนองกี่ รวมทั้งสิ้น 9,444 คน ขนาดกลุ่มตัวอย่างใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ ได้จำนวน 384 คน และใช้แบบสอบถาม ตอนที่ 1 เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป ตอนที่ 2 พฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและมุมมองต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ จำนวน 4 ด้าน ด้านองค์กร ด้านผู้บริหารองค์กร ด้านการให้บริการ ด้านการบริหารจัดการ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ และแบบสัมภาษณ์ ผ่านแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาด้วยค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหนองกี่ ความถี่ในการเปิดรับข่าวสารส่วนใหญ่ มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 34.10 ความสนใจต่อข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่สนใจเกี่ยวกับนโยบาย ร้อยละ 28.40 การเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อส่วนใหญ่ทางเว็บไซต์ของเทศบาล ร้อยละ 34.00 และมีความสนใจในประสิทธิภาพของเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในระดับดี ร้อยละ 36.20 2. มุมมองต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.43) 3. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ เมื่อพิจารณาตามเพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาโดยภาพรวมและรายด้านไม่มีความแตกต่างกัน และ 4. ข้อเสนอแนะพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและมุมมองต่อภาพลักษณ์ของเทศบาลตำบลหนองกี่ประชาชนให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงที่ง่าย แต่ควรสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและพัฒนาบริการออนไลน์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทันสมัย
เอกสารอ้างอิง
เทศบาลตำบลหนองกี่. (2567). ข่าวประชาสัมพันธ์. สืบค้น 28 มิถุนายน 2568, จาก https://www.nongki.go.th/content/list/32/1824
ธรณัส ธัญประณีตกุล. (2563). การเปิดรับสื่อ การรับรู้ภาพลักษณ์ และความพึงใจในคุณภาพการบริการของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (การค้นคว้าอิสระวารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการสื่อสารองค์กร). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นรินรัตน์ อ่ำช้าง. (2564). การรับรู้ข่าวสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์กับภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยบูรพาในมุมมองของนิสิต (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการสื่อสารทางการเมืองและสังคม). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
พรทิพย์ วรกิจโภคาทร. (2551). การวิจัยเพื่อการประชาสัมพันธ์ (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: โฟร์พริ้นติ้ง.
พวัสส์ หิรัญเลิศธีรธร และคณะ. (2567). การรับรู้ภาพลักษณ์และชื่อเสียงองค์กรเมืองพัทยาของประชาชนเมืองพัทยาและนักท่องเที่ยวชาวไทย. วารสารบัญชีปริทัศน์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(2), 58–76.
พัชริดาพร สืบสำราญ. (2565). ปัจจัยด้านภาพลักษณ์องค์กรและคุณภาพการบริการที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร (การศึกษารายบุคคลบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
เรณู รื่นรมย์. (2564). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อภาพลักษณ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
อรุนรัตน์ ชินวรณ์. (2553). สื่อประชาสัมพันธ์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพวรรณ โลพิศ. (2562). ทัศนคติของประชาชนต่อภาพลักษณ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

