การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
หลักพุทธธรรม, การสื่อสารทางการเมือง, ผู้บริหารบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. ศึกษาระดับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรมกับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล และ 3. ศึกษาแนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.875 เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 347 คน วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านองค์กรทางการเมือง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก 2. หลักสาราณียธรรมกับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลาง (R=.658**) โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อผู้บริหารสื่อสารทางการเมืองโดยบูรณาการกับหลักสาราณียธรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ 3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล พบว่า 1. เมตตากายกรรม ผู้บริหารปฏิบัติงานด้วยความเมตตา มีกิริยาสุภาพเรียบร้อย และช่วยเหลือประชาชนด้วยความเต็มใจ2. เมตตาวจีกรรม ผู้บริหารพูดจาสุภาพ ไพเราะ สื่อสารชัดเจน แจ้งข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน 3. เมตตามโนกรรม ผู้บริหารเคารพในความคิดของผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของประชาชน คิดดีทำดีในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน 4. สาธารณโภคี ผู้บริหารแบ่งปันสิ่งของโดยชอบธรรมให้แก่ประชาชนเท่าเทียมกันอย่างยุติธรรม 5. สีลสามัญญตา ผู้บริหารปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ประพฤติสุจริตและผดุงความยุติธรรม และ 6. ทิฏฐิสามัญญตา ผู้บริหารมีความเห็นที่ดีงามร่วมกันกับประชาชน มีความเชื่อมั่นในหลักการร่วมกัน
เอกสารอ้างอิง
งานนโยบายและแผน สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี. (2566). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง. สืบค้น 8 สิงหาคม 2566, จาก https://shorturl.asia/9X2v0
นันทนา นันทวโรภาส. (2563). สื่อสารการเมือง : ทฤษฎีและการประยุกต์ใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 3). พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูธรรมธรบุญเที่ยง พุทฺธสาวโก. (2564). การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับการสื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์) พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระชินกร สุจิตฺโต. (2564). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิบูลย์ ไกรสินธุ์. (2558). พุทธวิธีการสื่อสารทางเมืองในยุคศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 1(1), 105-116.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ยุทธพร อิสรชัย. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารกับรัฐศาสตร์. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สถาบันพระปกเกล้า. (2566). องค์การบริหารส่วนตำบล. สืบค้น 8 สิงหาคม 2566, จาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=องค์การบริหารส่วนตำบล
สิงห์ สิงห์ขจร และคณะ. (2562). การสื่อสารในการสร้างความนิยมของผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี, 9(18), 179-210.
สุหัทยา สินชัย. (2567). การสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองที่มีผลต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป ของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
เสนาะ ติเยาว์. (2551). หลักการบริหาร (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อิสรพงษ์ ไกรสินธุ์. (2558). พุทธวิธีการสื่อสารทางการเมืองในยุคศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 1(1), 105-117.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). Tokyo: Aoyama Gakuin University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

