แนวการพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจนาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการบูรณาการของประชาคมอาเซียน
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) พื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจการพัฒนาศักยภาพการดาเนินธุรกิจนาเที่ยว การพัฒนาจากภาครัฐ ประสิทธิผลขององค์การธุรกิจ
นาเที่ยว ในจังหวัดเชียงใหม่ (2) เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจการพัฒนาศักยภาพการดาเนินธุรกิจนาเที่ยว การพัฒนาจากภาครัฐ และประสิทธิผลขององค์การ
ธุรกิจนาเที่ยว (3) เพื่อนาเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจนาเที่ยว ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการบูรณาการของประชาคมอาเซียน
ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดและทฤษฎีในการศึกษา คือ สมรรถนะ การพัฒนาศักยภาพการพัฒนาจากภาครัฐ และประสิทธิผลขององค์กร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative
Research) ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ จานวน 320 คน การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมทาง
คอมพิวเตอร์สาเร็จรูป ด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) วิเคราะห์รายละเอียดทั้งตัวแปรต้น ตัวแปรแทรก ตัวแปรตาม ที่มีความสัมพันธ์ตามข้อสมมติฐานของการวิจัย โดยการ
วิเคราะห์ Path analysis สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียรสัน (Pearson correlation) Exploratory Factor Analysis
ผลการวิจัยพบว่า
1) องค์ประกอบสมรรถนะผู้ประกอบธุรกิจนาเที่ยว พัฒนาศักยภาพการดาเนินธุรกิจนำเที่ยว การพัฒนาจากภาครัฐ และประสิทธิผลขององค์กร พบว่า ด้านความคิดสร้างสรรค์ คือ การมี
สมาธิในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจนาเที่ยวได้ รองลองมาคือด้านการตลาด ที่เน้นตลาดภายในประเทศและต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และสิ่งอานวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว คือการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกให้มีมาตรฐานและด้านทรัพยากรทางการบริหาร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่นามาใช้ในการให้บริการต้องมีมาตรฐาน
2) ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพการดาเนินธุรกิจนาเที่ยว การพัฒนาจากภาครัฐ และประสิทธิผลขององค์กรธุรกิจนาเที่ยว พบว่า มี
ความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ .01 3) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบธุรกิจนาเที่ยว ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการบูรณาการของประชาคมอาเซียน พบว่ามี 1 แนวทาง ประกอบด้วย 1) สมรรถนะ 2) การ
พัฒนาศักยภาพ 3) การพัฒนาจากภาครัฐ 4) ประสิทธิผลขององค์กร
เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพมหานคร : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไท..
นาชัย ทนุผล. (2542).แนวคิดและวิธีการจักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
นิคม จารุมณี. (2544). การท่องเที่ยวและการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ :
โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์,
นิศา ชัชกุล. (2557). อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
มิศรา สามารถ. (2543). การมีส่วนรวมของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิง
นิเวศ. กรุงเทพฯ: สถาบันดารงราชานุภาพ สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย.
วีระยุทธ ทนทาน. (2555). แนวทางการส่งเสริมสมรรถนะการทาธุรกิจของผู้ประกอบการการค้า
ชายแดนไทย-ลาว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อรองรับการบูรณาการของประชาคม
อาเซียน. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
Fromm, Erich. (1983). Marx’s Concept of Man. New York : Frederick Ungar Publishing
Colorado :Libralies Unlimited Inc.
Griswold, A.B. (1996). Towards a History of Sukhodaya Art. The Fine Arts Dept.
Rittichainuwat. B. N., Qu, Hailin & Brown, T. J. (2001). Thailand’s intemational travel
image : Mostly favorable. Joumat of Hospitality & Tourism Research.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

