นวัตกรรมสังคม : การศึกษาระบบเครดิตทางสังคมในประเทศจีน เพื่อการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย
คำสำคัญ:
ระบบเครดิตทางสังคม, นวัตกรรมสังคม, การเรียนรู้บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพัฒนาการของระบบเครดิตทางสังคมในประเทศจีน
(2) ศึกษาสภาพปัจจุบันของระบบเครดิตทางสังคมในประเทศจีน (3) การเสนอแนวทางของระบบเครดิตทางสังคมเพื่อการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงเอกสารด้วยการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากสถานการณ์ในอดีตและปัจจุบันของประเทศจีนที่มีการนำระบบเครดิตทางสังคมมาใช้ในการบริหารจัดการของประเทศ เกณฑ์การคัดเลือกเอกสารในการวิจัยประกอบด้วย (1) ความจริง (2) ความถูกต้องน่าเชื่อถือ (3) การเป็นตัวแทน (4) ความหมาย ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลโดยการจัดการระบบข้อมูลด้วยหลักการจัดกลุ่มของข้อมูลและเขียนบรรยายแบบพรรณนา โดยการประเมินคุณภาพงานเอกสารที่นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา จากการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า วรรณกรรมที่นำมาสังเคราะห์ แบ่งเป็นสัดส่วน ได้แก่ (1) เพื่อศึกษาพัฒนาการของระบบเครดิตทางสังคม จำนวน 6 เล่ม (ร้อยละ 20) (2) เพื่อศึกษาการรับรู้ ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบเครดิตทางสังคม จำนวน 5 เล่ม (ร้อยละ 16.67) (3) เพื่อศึกษาสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีการแก้ไขปัญหาของระบบเครดิตทางสังคม จำนวน 5 เล่ม (ร้อยละ16.67) (4) เพื่อการพัฒนาวิธีการจัดอบรมการเรียนรู้ ในการพัฒนาศักยภาพและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จำนวน 4 เล่ม (13.33) (5) เพื่อศึกษาแนวคิด รูปแบบ เนื้อหาของการสร้างแนวทางและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จำนวน 10 เล่ม (ร้อยละ 33.33) ผู้วิจัยได้เสนอโมเดลขั้นตอนการทำงานของ Social Credit System: SCS เพื่อการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จำนวน 7 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การจัดตั้งให้หน่วยงานทางภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ขั้นตอนที่ 2 จัดระบบการลงทะเบียนโดยต้องลงทะเบียนแบบสมัครใจ และเป็นประชาชนคนไทยอายุตั้งแต่ 20 ปี ขั้นตอนที่ 3 จัดการอบรมเพื่อให้ความรู้ทางด้านระบบเครดิตทางสังคม (Social Credit System: SCS) โดยการสร้างแรงจูงใจด้วยการให้รางวัล ขั้นตอนที่ 4 กำหนดมาตรการให้รางวัลเป็นลักษณะสหวิทยาการประกอบด้วยมาตรฐานและกฎเกณฑ์ในการประเมินเพื่อการให้คะแนนอย่างยุติธรรม ขั้นตอนที่ 5 การให้รางวัลอยู่ในรูปของการให้คะแนน ขั้นตอนที่ 6 การจัดทำการประเมินทุก 1 ปี และขั้นตอนที่ 7 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสงบสุขในสังคม
เอกสารอ้างอิง
Bloom, B.S. (Ed.). Engelhart, M.D., Furst, E.J., Hill, W.H., Krathwohl, D.R. (1956). Taxonomy of
Educational Objectives, Handbook I: The Cognitive Domain. New York: David McKay.0
Herkema, S. (2003). A Complex Adaptive Perspective on Learning with in Innovation Projects. The Learning Organization, 10(6), 340-346.
Kasl, F. (2019). Surveillance in Digitalized Society: The Chinese Social Credit System from a European Perspective. [Online]. Retrieved from: www.ilaw.cas.cz/tlq
Kostka, G. (2019). China’s social credit systems and public opinion: Explaining high levels of approval. [Online]. Retrieved from: http://dx.doi.org/10.2139/ssrm.3215138
Maslow, A. H. (1954). Motivation and Personality. New York: Harper and Row.
Scott, J. (1990). A matter of record: Documentary sources in social research. Cambridge: Polity press.
Schumpeter, J. A., (1934). The Theory of Economic Development: An Inquiry into Profits, Capital, Credit, Interest, and the Business Cycle. New York: Transaction Publishers.
Schumpeter, J. A. (1942). Capitalism, Socialism and Democracy. New York: Harper & Row.
Thomas, H. (1987). The Social Construction of Technological Systems: New Directions in the sociology and History of Technology. Cambridge: M.I.T. Press.
Tosanguan, K. (2019). The History of China’s Government. Panyapiwat Journal, 11(1), 315-329.
Woesler, M., Warnke, M., Kettner, M., and Lanfer, J. (2021). The Chinese Social Credit System. Origin, political design, exoskeletal morality, and comparisons to Western systems. European Journal of Interdisciplinary Studies, 2, 7-35.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารนวัตกรรมและการจัดการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
โปรดดูที่จริยธรรมการตีพิมพ์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journalcim/Ethics