รูปแบบการพัฒนาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและความต้องการการพัฒนาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 2) พัฒนารูปแบบการพัฒนาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับวิสาหกิจฯ 3) ประเมินความรู้ความเข้าใจในการนำรูปแบบฯ ไปใช้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาด้วยกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ เลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง: ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 19 ท่าน เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก, ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 ท่าน ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ของรูปแบบฯ, และผู้ปฏิบัติงานทรัพยากรมนุษย์ในวิสาหกิจฯจำนวน 19 ท่าน เข้าร่วมฝึกอบรมการใช้รูปแบบฯ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้าง แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ฯ คู่มือการใช้รูปแบบฯ และแบบประเมินความรู้ความเข้าใจในรูปแบบฯ ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพและความต้องการการพัฒนาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของวิสาหกิจฯ ผู้บริหารองค์กรคาดหวังต่อการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต โดยคาดหวังในบทบาท: ผู้เชี่ยวชาญในงาน, คู่คิดเชิงกลยุทธ์, คู่คิดเชิงปรึกษาให้แก่พนักงาน, ผู้พัฒนาบุคลากรและองค์กร และผลักดันองค์กรให้บรรลุเป้าหมายในมุมมองของบุคลากรภายใน ลูกค้า และสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรต่อไป 2) ผลการพัฒนารูปแบบฯ พบว่า รูปแบบฯ มีองค์ประกอบสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนการจัดการขั้นพื้นฐานสู่กลยุทธ์การเชื่อมโยง เริ่มจากวิสัยทัศน์ กลยุทธ์และเป้าหมายหลักขององค์กร พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในงานทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ บทบาทและความสามารถของนักทรัพยากรมนุษย์ กระบวนการทำงานและเทคโนโลยีของงานทรัพยากรมนุษย์ การบริหาร 5 งานหลัก: การสรรหาและว่าจ้าง การทบทวนผลตอบแทน การสนับสนุนการเรียนรู้ของบุคลากรและการพัฒนาองค์กร การประเมินผลงาน การสร้างความผูกพันในองค์กร ควบคู่การบริหารการเปลี่ยนแปลง 3) การประเมินความรู้ความเข้าใจฯ พบว่า คะแนนทดสอบหลังการฝึกอบรมของทั้ง 19 ท่านมีค่ามากกว่าคะแนนทดสอบก่อนการอบรมในทุกหัวข้อ
เอกสารอ้างอิง
Boxall, P. (2012). High-performance work systems: What, why, how and for whom?. Asia Pacific Journal of Human Resource, 50, 169-186.
Eisner, E. W. and Day, M. D. (Eds.). (2004). Handbook of Research and Policy in Art Education: A Project of the National Art Education Association. Mahwah, N. J.: Lawrence Erlbaum Associates.
Erasmus, B.J., Loedolff, P.v.Z, and Hammann, F. (2010). Competencies for Human Resource Development Practitioners. South Africa: Institutional Repository, University of South Africa.
Glenn Stahl, O. (2006). Public Personnel Administration Fourth Edition. Harper and Bothers Publishers.
Husen, T. and Postlethwaite. N.T. (1994). The international encyclopedia of education. 2nd ed. New York: Pergawon press Inc.
Office of Small and Medium Enterprises Promotion (OSMEP). (2019). Type SMEs. [Online]. Retrieved June 12, 2020, from: https://www.sme. go.th /th/cms-detail.php?modulekey=332&id=1334. (in Thai)
Phrom Branch Na Sakon Nakhon, T. (2010). Organization development of small and medium enterprise entrepreneurs in the northeastern region of Thailand. Songkla: Prince of Songkla University.
Richard, L. D. (1992). Organization Theory and Design. West Publishing Company.
Sanprasert, S. (2009). The Human Resource Development Strategy of the Tourist Police Division, Royal Thai Police. Bangkok: Ramkhamhaeng University. (in Thai)
Tantikul, J. and Sitthiwarongchai, C. (2017). Factors affecting employee engagement with the organization of Garment Co., Ltd. Innovation and Management Journal, 2, 54-66. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารนวัตกรรมและการจัดการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
โปรดดูที่จริยธรรมการตีพิมพ์ https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journalcim/Ethics