กลยุทธ์การพัฒนาวัดสารอดเพื่อความยั่งยืนโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง “กลยุทธ์การพัฒนาวัดสารอดเพื่อความยั่งยืนโดยใช้สตินวัตกรรมเป็นฐาน” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์บริบท สภาพปัญหา ความต้องการ แนวคิด ทฤษฎี และหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากลยุทธ์ของวัดสารอดเพื่อความยั่งยืนด้วยสตินวัตกรรมตามวิทยาการสมัยใหม่และพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อพัฒนากลยุทธ์ของวัดสารอดเพื่อความยั่งยืนด้วยสตินวัตกรรม และ 3) เพื่อนำเสนอผลลัพธ์และประสิทธิภาพของการพัฒนากลยุทธ์ดังกล่าว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลัก ร่วมกับการประเมินก่อนและหลังการพัฒนา ดำเนินการเชิงปฏิบัติการตามอริยสัจโมเดลภายใต้กรอบบันได 9 ขั้น เก็บข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 22 รูป/คน การสนทนากลุ่มเพื่อวิพากษ์ร่างกลยุทธ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 รูป/คน และการทดลองใช้กระบวนการพัฒนากลยุทธ์กับผู้เข้าร่วม จำนวน 27 รูป ณ วัดสารอด กรุงเทพมหานคร เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบสังเกต แบบประเมินความเหมาะสม และแบบประเมินตนเองก่อนและหลังการพัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การตรวจสอบแบบสามเส้า ค่าเฉลี่ย และผลต่างของคะแนน
ผลการวิจัยพบว่า 1) วัดสารอดมีบทบาทด้านการปกครอง การศึกษาพระปริยัติธรรม การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การปฏิบัติธรรม การสาธารณสงเคราะห์ และการพัฒนาชุมชน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารกลยุทธ์ การบูรณาการภารกิจ การกำหนดผู้รับผิดชอบ การจัดสรรทรัพยากร และระบบติดตามประเมินผล จึงมีความต้องการกรอบการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่บูรณาการศาสตร์สมัยใหม่กับหลักพระพุทธศาสนา 2) ผลการพัฒนานำไปสู่ SAROD Model โดยมีสติและปัญญาเป็นแกนกลาง บูรณาการหลักสัปปุริสธรรม 7 ปาปณิกธรรม 3 สตินวัตกรรม และการบริหารเชิงกลยุทธ์ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ Strategy, Alignment of Values, Resources, Organizational Culture และ Development & Review และนำสู่กระบวนการเรียนรู้แบบ Module-Based Workshop จำนวน 5 โมดูล 3) ภายหลังการทดลองใช้ ผู้เข้าร่วมสามารถวิเคราะห์บริบท กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย แผนงาน ผู้รับผิดชอบ ทรัพยากร และระบบติดตามได้ชัดเจนขึ้น คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 6.28 เป็น 9.31 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 หรือเพิ่มขึ้น 30.25 จุดร้อยละ โดยความเข้าใจในกลยุทธ์โดยรวมเพิ่มสูงที่สุดจาก 4.80 เป็น 8.75 คะแนน
องค์ความรู้ใหม่ คือ SAROD Model ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนากลยุทธ์เชิงพุทธที่เริ่มจากการพัฒนาคนด้วยสติและปัญญา เชื่อมโยงสู่กระบวนการบริหาร 5 องค์ประกอบ และมุ่งสู่ผลลัพธ์ 4 มิติ ได้แก่ การเสริมสร้างสติและปัญญา การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ การยกระดับวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชน และการสร้างศาสนทายาทชั้นเลิศ อันนำไปสู่ความยั่งยืนของวัดสารอด ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้กับวัดอื่นควรปรับให้เหมาะสมกับบริบทและมีการติดตามผลในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Baron, L. (2016). Authentic Leadership and Mindfulness Development Through Action Learning. Journal of Managerial Psychology, 31(1), 296–311.
Chaturapatpisut, P. S. (2020). Factors Affecting the Effectiveness of Sangha Administrators in Temple Administration. Journal of MCU Humanities Review, 6(2), 351–365.
Chotichawaranont, W. (2026). The Management Development for Wat Sarod Meditation Center Through Buddhist Peaceful Means. Journal of MCU Peace Studies, 14(2), 803–812.
Mintzberg, H. (1994a). The Fall and Rise of Strategic Planning. Harvard Business Review, 72(1), 107–114.
Mintzberg, H. (1994b). The Rise and Fall of Strategic Planning. New York, NY: Free Press.
Paengsrisan, B., & Boonpoo, S. (2019). Leadership of Somdet Phra Buddhacharya (At Asabhamahathera) in Sangha Administration. Journal of MCU Peace Studies, 7(5), 1318–1329.
Phra Punyakorn Punyataro (Chanpradaeng), Bamrungphak, S., & Phramaha Jaising Siridhammo (Thuansri). (2025). The Integration of Temple Management According to Theravada Buddhist Philosophy in Yasothon Province. Dhammathas Academic Journal, 25(2), 167–182.
Phrakrumanoondhammadat, & Laping, U. (2024). Temple Administration in Chiang Mai Province Based on Theravada Buddhist Philosophy. Journal of Graduate Studies Review, MCU Phrae Campus, 10(1), 174–188.
Phramaha Chatcharin Chitboon, Wongwatthanaphong, K., & Dokchan, P. (2024). Temple Management for the Stability of Buddhism in Mueang District, Phitsanulok Province. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(12), 1676–1693.
Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. New York, NY: Doubleday/Currency.
Sukpoon, T., Wongjunya, N., Wongjunya, C., & Pungnirund, B. (2026). A Model for Enhancing the Operational Effectiveness of Temples in Bangkok and Metropolitan Areas. Rajapark Journal, 20(66), 126–146.