กลไกในการยุติความรุนแรงในครอบครัว

Main Article Content

ศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์
ถวิลวดี บุรีกุล
ชลัท ประเทืองรัตนา
มานวิภา อินทรทัต
ภาริณ จารุทวี
อินทุอร แสงอรัญ
ชญานิศวร์ เมธาสิทธิ์รวิกุล

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์ ปัจจัยที่นำมาสู่ความรุนแรง และมาตรการป้องกัน–ยุติความรุนแรงในครอบครัว 2) เสนอแนะกลไกและแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันและยุติความรุนแรงในครอบครัว งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการศึกษาจากเอกสารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่มใน 5 จังหวัดกลุ่มเป้าหมาย และการสำรวจด้วยแบบสอบถามจำนวน 2,000 ชุด โดยใช้การสุ่มตัวอย่างตามหลักความน่าจะเป็น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่พบได้ในทุกชุมชนและทุกสถานะทางสังคม รูปแบบความรุนแรงครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และเพศ โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ ปัญหามักถูกซ่อนเร้นเนื่องจากความอับอายและการไม่รู้สิทธิ ทำให้ตัวเลขการรายงานต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะเดียวกันคนรอบข้างจำนวนมากมีท่าทีเพิกเฉยเพราะมองว่าเป็น “เรื่องในครอบครัว” ปัจจัยที่นำไปสู่ความรุนแรงแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปัจเจกบุคคล (การใช้สุราและสารเสพติด ภาวะอารมณ์ฉุนเฉียว โรคทางระบบประสาท การเลียนแบบพฤติกรรม และความเครียดจากปัญหาเศรษฐกิจ) ระดับครอบครัว (โครงสร้างอำนาจไม่เท่าเทียม การเลี้ยงดูที่ใช้ความรุนแรง การขาดการสื่อสาร และสภาพแวดล้อมคับแคบ) และระดับชุมชนและสังคม (ค่านิยมชายเป็นใหญ่ การไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ การเพิกเฉยต่อความรุนแรง มาตรการรัฐที่ไม่เข้มแข็ง และผลกระทบจากสื่อ)


มาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันยังขาดการบูรณาการของหน่วยงาน กฎหมายขาดความชัดเจน การบังคับใช้ไม่เข้มแข็ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ และทรัพยากร ทำให้การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ถูกกระทำไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงเสนอให้จัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและองค์รวม ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับนโยบายรัฐ ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ การพัฒนาทักษะชีวิตและ    การเลี้ยงดูที่ไม่ใช้ความรุนแรง การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน การใช้เทคโนโลยีและ AI สนับสนุนการป้องกันและเฝ้าระวัง และการออกแบบกลไกระบบ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะก่อนเกิดเหตุ ระยะขณะเกิดเหตุ และระยะหลังเกิดเหตุ ควบคู่กับการบูรณาการบทบาทของหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และทีมสหวิชาชีพ เพื่อการจัดการกับความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เพิ่มพูนวิวัฒน์ ศ. ., บุรีกุล ถ. . ., ประเทืองรัตนา ช. ., อินทรทัต ม. . ., จารุทวี ภ. . ., แสงอรัญ อ. . . . ., & เมธาสิทธิ์รวิกุล ช. . . . (2026). กลไกในการยุติความรุนแรงในครอบครัว. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 14(2), 589–601. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/296088
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

ศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์, สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล 

เอกสารอ้างอิง

Department of Women's Affairs and Family Development, Ministry of Social Development and Human Security. (2023). Final Operational Report of the Project on Developing Legislation for the Protection of Victims of Violence. Retrieved December 15, 2025, from https://www.dwf.go.th/storage/91029/20c2b8ee-0623-43f1-b579-cd5e19664c70-document-16358.pdf

Domestic Violence Resource Centre Victoria. (2024). About Domestic and Family Violence. Retrieved December 4, 2025, from https://www.1800respect.org.au/languages/thai-what-is-1800respect/thai-about-domestic-and-family-violence

Khantong, W. (2021). Family against Violence in Dysfunctional Family. (Research Report). Bangkok: The National Research Council of Thailand (NRCT).

Nanthana, T. (2014). Violence against Women: Analytical Review and Synthesis of Research Evidence. Bangkok: V Print Company.

Ramezankhani, A. et al. (2021). Family Factors Affecting Adolescent Violence: A Qualitative Content Analysis. International Journal of High Risk Behaviors and Addiction, 10(2), 1–7.

Walker, L. E. (1999). Psychology and Domestic Violence around the World. American Psychologist, 54(1), 21–29.

Wolfe, D. A., & Jaffe, P. G. (1999). Emerging Strategies in the Prevention of Domestic Violence. The Future of Children, 9(3), 133–144.