การพัฒนานวัตกรชุมชนผ่านกระบวนการสุนทรียแสวงหา : กรณีผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรชุมชนของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนโดยใช้กระบวนการสุนทรียแสวงหา (Appreciative Inquiry: AI) กลุ่มตัวอย่างคือผู้ร่วมวิจัยจำนวน 12 คน จากตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และงานหัตถกรรมยาวนานเฉลี่ย 10–30 ปี ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย และการติดตามการปฏิบัติจริง
ผลการวิจัยพบว่ากระบวนการสุนทรียแสวงหาที่ประกอบด้วย 4 ขั้น คือ การค้นหา การสร้างฝัน การออกแบบ และการสานฝัน สามารถทำให้ผู้ร่วมวิจัยตระหนักถึงทุนมนุษย์ ทุนทรัพยากร และทุนวัฒนธรรมของชุมชน ร่วมกันกำหนดภาพอนาคต ออกแบบแนวทาง และลงมือปฏิบัติจริง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณลักษณะนวัตกรชุมชน 9 ประการ ได้แก่ กล้าคิดกล้าทำ คิดสร้างสรรค์นอกกรอบ สื่อสารเก่ง ขายของเป็น อดทนไม่ย่อท้อ มองปัญหาเป็นโอกาส พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ลงมือปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น และบริหารจัดการเป็น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดระบบการสร้างนวัตกรรมในชุมชนที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การสร้างแนวคิด การทดสอบต้นแบบ การนำร่อง ไปจนถึงการขยายผลและการเชื่อมโยงเครือข่ายสนับสนุน งานวิจัยนี้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ว่า “การสร้างนวัตกรชุมชนเกิดขึ้นผ่านการสร้างนวัตกรรม” กล่าวคือ การที่สมาชิกได้มี ส่วนร่วมลงมือปฏิบัติและสร้างนวัตกรรมจริง เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้คุณลักษณะนวัตกรชุมชนก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน อันเป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรมที่ทำให้วิสาหกิจชุมชนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องและขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ ในเชิงนโยบาย ผลการวิจัยเสนอให้ภาครัฐและเครือข่ายนำกระบวนการสุนทรียแสวงหาไปใช้พัฒนานวัตกรชุมชน เพื่อยกระดับศักยภาพและเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Blackman, M., & Chan, K.-Y. (2016). Antecedents and Effects of Innovative Activities on Innovative Behaviours of Individuals: A Case of a South African Company. In 2016 Portland International Conference on Management of Engineering and Technology (PICMET). Portland, OR: PICMET.
Cooperrider, D. L., & Whitney, D. (2007). Appreciative Inquiry: A Positive Revolution in Change. In P. Holman, T. Devane, & S. Cady (Eds.), The Change Handbook: The Definitive Resource on Today’s Best Methods for Engaging Whole Systems (pp. 99–125). San Francisco, CA: Berrett-Koehler Publishers.
Cooperrider, D. L., Whitney, D., & Stavros, J. M. (2008). Appreciative Inquiry Handbook for Leaders of Change. (2nd ed.). San Francisco, CA: Berrett-Koehler Publishers.
Department of Agricultural Extension, Ministry of Agriculture and Cooperatives. (2022). Statistics of Community Enterprises and Members Nationwide, B.E. 2565 [A.D. 2022]. Bangkok, Thailand: Department of Agricultural Extension.
Hart, S. (2012). New Product Development. In M. J. Baker & S. Hart (Eds.), The Marketing Book (7th ed., pp. 346–373). Abingdon, England: Routledge.
McArthur-Blair, J., & Cockell, J. (2012). Appreciative Inquiry in Higher Education: A Transformative Force. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Rogers, E. M. (1983). Diffusion of Innovations. (3rd ed.). New York, NY: Free Press.
Phongphit, S. (2002). Community Power: Sustainable Development from the Grassroots. Bangkok: Thailand Research Fund (TRF).
Community Enterprise Promotion Act B.E. 2548. (2005, July 6). Royal Thai Government Gazette, 122(75 K), 319-327.