การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีชุด “คีตสัมพันธ์ จีน แขก ฝรั่ง ฝั่งธนบุรี”
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยสร้างสรรค์ทางดนตรีชุด “คีตสัมพันธ์ จีน แขก ฝรั่ง ฝั่งธนบุรี” มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์จีน แขก ฝรั่ง ในพื้นที่ธนบุรี และ 2) ศึกษาดนตรี “หล่อโก้ว” ของชาวจีนแต้จิ๋ว “วงปี่กลอง” ในพิธีมหะหร่ำ ของชาวมุสลิมชีอะห์ “ระฆังการิยอง” และเพลง “ลูกกุฏีจีน” ของฝรั่ง ชาวโปรตุเกส ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในธนบุรี เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรี ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากเอกสารและข้อมูลภาคสนาม เพื่อทำการศึกษาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และลักษณะทางดนตรี
ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์จีน แขก ฝรั่ง ในพื้นที่ธนบุรี สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ได้เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีบทบาทต่อการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับบ้านเมือง เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง ทั้ง 3 กลุ่มจึงได้ย้ายตามมาตั้งถิ่นฐานด้วย เป็นกลุ่มชนที่มีประวัติศาสตร์คู่กับสังคมไทยมานาน ข้อที่ 2 การศึกษาดนตรีพบว่า มีประวัติความเป็นมาและมุมมองทางสุนทรียที่มีเอกลักษณ์ ปัจจุบันดนตรียังคงมีบทบาทต่อชีวิตทั้ง 3 กลุ่ม ในการใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี ผู้วิจัยได้นำข้อมูลดังกล่าว มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของทั้ง 3 กลุ่มไว้ด้วยกัน ในชื่อชุด “คีตสัมพันธ์ จีน แขก ฝรั่ง ฝั่งธนบุรี” อันมีความหมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 3 ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันบนประวัติศาสตร์พื้นที่ธนบุรี ผลจากการวิจัยทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานเป็นชุดเพลงไทยสำเนียงจีน แขก และฝรั่ง โดยแต่ละชุดเพลงจะประกอบด้วยเพลง 3 เพลง ที่มีท่วงทำนองเกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของทั้ง 3 กลุ่ม มีการผสมผสานเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ทำนองเพลงมีสำเนียงที่ชัดเจนและไพเราะมากขึ้น ผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการประพันธ์เพลงไทย ช่วยส่งเสริมและเผยแพร่ภูมิปัญญาทางดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ จีน แขก ฝรั่ง ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี เพื่อการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุขต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Chaiseri, P. (2013). Thai Music Composition. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Chantavanich, S. (2008). Data Analysis in Qualitative Research. (8th ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Chuangphichit, T. (2008). Chao Sen (Ashura) Ritual: Identity and Ethnic Persistence of Shia Muslims in Thai Society. (Master’s Thesis). Silpakorn University. Nakhon Pathom.
Fakcharoen, S. (2003). Thai Music. Bangkok, Thailand: Chulalongkorn University Press.
Khamphet, Ch. (2018). Ethnic Landscape: Ethnic Community Map in Bangkok. Bangkok: Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre.
Nukaew, R. (2003). The International Society of Thonburi (B.E. 2310–2325). (Master’s Thesis). Srinakharinwirot University. Bangkok.
Phitphumiwitthi, P. (2009). Letter of Rui de Araújo and Orders from Afonso de Albuquerque to António Miranda de Azevedo in Initiating Siam–Portugal Relations in the Early 16th Century. In 100 Important Documents: Thai History Collection No. 1. Bangkok: Sakdisopakan Publishing.
Sawikun, Ch. (2022). Persian History: The Achaemenid Period. Bangkok: Gypsy Publishing.
Suchchaya, S. (1999). Travellers… Toward Understanding in Thonburi Land. Bangkok: Krungthep Printing.