กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการผลิตน้ำดื่มเพื่อเสริมสร้างสันติสุขของชุมชนวัดสารอด กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบอริยสัจโมเดลปฏิบัติการตามบันได 9 ขั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์ บริบท สภาพปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ ความต้องการจำเป็น และแนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการผลิตน้ำดื่มเพื่อเสริมสร้างสันติสุขของชุมชน 2) พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการผลิตน้ำดื่มเพื่อเสริมสร้างสันติสุขของชุมชน 3) นำเสนอผลลัพธ์กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการผลิตน้ำดื่มเพื่อเสริมสร้างสันติสุขของชุมชนวัดสารอด กรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย พระสงฆ์และสามเณรในวัดสารอด คณะกรรมการชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 35 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุมชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มคุณภาพ แม้มีน้ำประปาเพียงพอ แต่ไม่เหมาะดื่มเนื่องจากความกระด้างและการปนเปื้อน จึงต้องพึ่งการซื้อน้ำหรือรับบริจาคซึ่งไม่สม่ำเสมอและเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเท่าเทียมในการเข้าถึงน้ำดื่มคุณภาพ จุดแข็งของพื้นที่ คือความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างวัดและชุมชน แต่มีข้อจำกัดด้านบุคลากร ความรู้ และงบประมาณ 2) การพัฒนาระบบใช้การบูรณาการหลักพุทธธรรมมรรคมีองค์ 8 กับศาสตร์สมัยใหม่ ออกแบบเป็น WISDOM Model ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ Water, Introduction, Service, Drink, Output, และ Management ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบระบบ ดำเนินการ จนถึงการติดตามประเมินผล 3) ชุมชนวัดสารอดมีระบบน้ำดื่มอย่างคุณภาพ มาตรฐาน และตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ ร่วม เสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์วัดชุมชนแน่นแฟ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำดื่มของครัวเรือนและวัด เพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งกายและใจ พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครและองค์ความรู้ท้องถิ่นจนดูแลระบบได้ด้วยตนเอง ขยายผลเป็นต้นแบบการจัดการน้ำชุมชนที่ยั่งยืนและนำไปใช้ในพื้นที่อื่นได้ องค์ความรู้ใหม่ คือ การมีส่วนร่วมแบบ 6 ร่วม” (ร่วมเห็น–ร่วมมือ–ร่วมสื่อ–ร่วมใจ–ร่วมให้–ร่วมเป็น) ซึ่งผสมผสานหลักพุทธธรรมกับกระบวนการจัดการน้ำดื่มอย่างบูรณาการ เรียกว่า WISDOM Model สามารถยกระดับคุณภาพน้ำดื่ม เสริมสร้างสันติสุข ความสามัคคี และทุนทางสังคมในชุมชนวัดสารอด พร้อมเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรน้ำที่ตรวจสอบและดูแลได้ด้วยตนเอง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Arnstein, S. R. (1969). A Ladder of Citizen Participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224.
Department of Disease Control. (2021). Report on the Situation of Gastrointestinal Diseases. Bangkok: Ministry of Public Health.
Department of Health, Food and Water Sanitation Division. (2020). Announcement of the Department of Health: Standards for Drinking Tap Water, B.E. 2563 (2020). Bangkok: Department of Health.
Department of Water Resources. (2021). Report on the Water Resources Situation in Thailand. Bangkok: Ministry of Natural Resources and Environment.
Kawachi, B. B., & Berkman, L. F. (2000). Social Epidemiology. New York: Oxford University Press.
Lederach, J. P. (1997). Building Peace: Sustainable Reconciliation in Divided Societies. Washington, DC: United States Institute of Peace Press.
Putnam, R. D. (2000). Bowling Alone: The Collapse and Revival of American Community. New York: Simon & Schuster.
Sangthong, S. (2019). Public Participation in Local Development. Bangkok: Ramkhamhaeng University.
Thavatchai, P. (2020). Community Water Management in Urban Areas: Problems and Challenges. Journal of Community Development, 12(2), 55–57.
Thiraphan, C. (2018). Sustainable Social Development: Concepts and Applications. Bangkok: Thammasat University Press.
World Health Organization. (2017). Guidelines for Drinking-Water Quality. (4th ed.). Geneva: World Health Organization.