จิตรกรรมโรแมนติกที่สะท้อนถึงสถาบันทางสังคมของเยอรมนี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1840-1880
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารายละเอียด สัญญะ และความหมายของงานจิตรกรรม โรแมนติกที่ปรากฏอยู่ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1840-1880 โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเยอรมันและสถาบันทางสังคม ผ่านกรอบแนวคิดของคาร์ล นียส์ ประกอบด้วยสถาบันทางสังคม 4 ด้าน ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา และสังคม งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีการศึกษาผลงานจิตรกรรมที่คัดเลือกมา 9 ชิ้นจากศิลปิน 5 คน โดยการวิเคราะห์เชิงสัญวิทยา โดยจำแนกสัญญะหลักและสัญญะรองในผลงานแต่ละชิ้น แล้วเชื่อมโยงกับมิติสถาบันในแต่ละด้านของสังคมในช่วงเวลาดังกล่าว
ผลการวิจัยพบว่า การจำแนกสัญญะในผลงานแต่ละชิ้นทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างสัญญะและสถาบันทางสังคมอย่างมีระบบ โดยผลงานจิตรกรรมโรแมนติกในช่วงดังกล่าวสะท้อนถึงพลวัตทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงของสถาบันต่าง ๆ ในสังคมเยอรมัน ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา และสังคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สัญญะที่ปรากฏในงานจิตรกรรมสามารถเชื่อมโยงกับสถาบันทางสังคมมากกว่าหนึ่งมิติ และงานจิตรกรรมทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงศิลปินกับสังคมและประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างงานจิตรกรรมและสถาบันทางสังคมอย่างเป็นระบบ การใช้กรอบแนวคิดของคาร์ล นียส์ช่วยยืนยันถึงความสัมพันธ์เชิงซ้อนระหว่างสัญญะและสถาบันที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองในเยอรมนีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ดังนั้นงานจิตรกรรมโรแมนติกในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นพื้นที่เชิงสัญญะเชิงสถาบันที่สะท้อนถึงอิทธิพลจากสถาบันทางสังคมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา และสังคม โดยการวิเคราะห์งานศิลปะในเชิงสัญญะนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนอารมณ์และความรู้สึกผ่านการแสดงภาพธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่บันทึกและวิพากษ์สถานการณ์ทางสังคมและโครงสร้างสถาบันในเยอรมนีในช่วงเวลานั้น โดยช่วยให้เข้าใจถึงความซับซ้อนและการเชื่อมโยงระหว่างสังคมและสถาบันต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการก่อรูปของรัฐชาติสมัยใหม่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Blankenagel, G. (1940). The Dominant Characteristics of German Romanticism. PMLA, 55(3), 495–502.
Chaitheerasuwat, P. (2020). Romanticism and Its Reflection in German Society: Art, Culture, and Social Transformation. German Art Review, 15(3), 45–61.
Clark, D. (1999). Karl Knies and the Social Institutions Framework. History of Economic Thought, 18(2), 87–102.
Cohen, J. (1960). A Coefficient of Agreement for Nominal Scales. Educational and Psychological Measurement, 20(1), 37–46.
David, B. (2006). The Conquest of Nature: Water, Landscape, and the Making of Modern Germany. New York: Norton.
Hegel, G. W. F. (1991). Elements of the Philosophy of Right. (H. B. Nisbet, Trans.; A. W. Wood, Ed.). Cambridge: Cambridge University Press. (Original Work Published 1820)
James, E. (1989). The German Romantic Movement and Its Influence on European Art. Journal of Art and Society, 28(1), 12–29.
Knies, K. (1853). The Role of Social Institutions in Economic Development. Historical Economic School Press.
Kohn, H. (1950). The Emergence of the Modern State in Germany. German Political History Review, 7(3), 25–43.
Koerner, D., & Joseph, J. (1990). Art and Identity in Modern German Society: A Semiotic Approach. Journal of Modern European Studies, 33(4), 101–119.
Peter, W. (1997). Imagined Battles: Reflections of War in European Art. Studies in German Romanticism, 21(3), 55–70.
Simon, J. (1996). Landscape and Memory. German Studies Review, 13(2), 75–91.