การพัฒนาจิตสำนึกร่วมเพื่อยกระดับวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยพุทธสันติวิธี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ บริบท สภาพปัญหา ความต้องการจำเป็นการสร้างจิตสำนึกร่วมของพระภิกษุวัดใหม่(ยายแป้น) และแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาจิตสำนึกร่วมตามแนววิทยาการสมัยใหม่ และพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธสันติวิธีที่เอื้อต่อการพัฒนากระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วมในการยกระดับพระภิกษุวัดใหม่(ยายแป้น) ให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน 3) เพื่อพัฒนาและนำเสนอกระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วมในการยกระดับการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน โดยพุทธสันติวิธี ดุษฎีนิพนธ์เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ในรูปแบบอริยสัจโมเดล มีขั้นตอนในการวิจัยตามแนวทางบันได 9 ขั้น โดยการศึกษาจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 23 รูป/คน การจัดวิพากษ์กระบวนการงานวิจัย (Research Criticism) และลงสู่ปฏิบัติจริง (Action Research)
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาและความจำเป็นของพระภิกษุ วัดใหม่ (ยายแป้น) ขาดจิตสำนึกร่วมในหลายมิติ ได้แก่ การมีส่วนร่วม ความทรงจำร่วม ประโยชน์ร่วม และพื้นที่ร่วม ส่งผลให้การพัฒนาวัดไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แนวทางแก้ไขคือการส่งเสริมให้พระภิกษุมีบทบาทในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในวันสำคัญ เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา และวันเข้าพรรษา เพื่อเชื่อมโยงวัดกับชุมชนให้กลับมาเป็นศูนย์กลางทางสังคม 2) หลักพุทธธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตสำนึกร่วม คือ หลักสาราณีย-ธรรม 6 ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีและความระลึกถึงกัน ได้แก่ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม สาธารณโภคี สีลสามัญญตา และทิฏฐิสามัญญตา โดยนำมาประยุกต์ใช้ผ่านกิจกรรมและโครงการพัฒนาต่าง ๆ ภายในวัด 3) กระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วมที่พัฒนาขึ้น เน้นการมีส่วนร่วมผ่านการปฏิบัติจริงของพระภิกษุ สามเณร และชุมชน โดยใช้กิจกรรมทางศาสนาเป็นเครื่องมือสำคัญ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม และสามารถยกระดับวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
องค์ความรู้ใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วมในการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนโดยพุทธสันติวิธี การใช้หลักธรรมหลักสาราณียธรรม 6 ควบคู่ผ่านไปกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวัดในการพัฒนาจิตสำนึกร่วมและได้กระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วม, ได้ผลลัพธ์การพัฒนาจิตสำนึกร่วม, ได้ต้นแบบกระบวนการสร้างจิตสำนึกร่วม, ได้พุทธศาสนิกชนร่วม มีศรัทธาร่วม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Chambers, R. (1997). Whose Reality Counts? Putting the First Last. London, England: Intermediate Technology Publications.
Durkheim, E. (1982). The Rules of the Sociological Method. New York: Free Press.
Office of National Buddhism. (2011). Developing Temples Toward Standardization. Bangkok: Religious Affairs Press.
Phra Dhammapitaka (P. A. Payutto). (1998). Kathin Su Tham. (2nd ed.). Bangkok: Sahatham Co., Ltd.
Phrakrusamuh Vorawit Phasuko. (2016). The Monks with the Strengthening of the Communities: A Case Study of Wat Sam Chuk, on the Western Site and the Eastern Site. Journal of MCU Peace Studies, 4(Special Issue), 270-283.
Phrakrusangharak Kiatsak Kittipañño (Sukluang). (2017). The Development of Public Consciousness among Monks. (Master’s Thesis). Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Bangkok.
Phramaha Suthit Aphakaro, & Panyachit, S. (2015). The Model for Promoting Well-Being and Learning in Society According to Buddhism. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 8(1), 958-971.
Kitirattrakarn, P. (1990). Developing a Model for Raising Consciousness in Rural Community Development. (Doctoral Dissertation). Chulalongkorn University. Bangkok.
Pretty, J. N. (1995). Participatory Learning for Sustainable Agriculture. World Development, 23(8), 1247–1263.
Rakjam, W. (2024). Community Problems. Retrieved July 30, 2024, from https://sites.google.com/dei.ac.th/ws31001lp
Suyaprom, S. (2016). Developing Temples for Cultural Tourism. (Doctoral Dissertation). Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Bangkok.
Woolfolk, A. E. (1998). Educational Psychology. Boston, MA: Allyn & Bacon.