การจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน
คำสำคัญ:
ความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนลุ่มน้ำสาละวินบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทและรูปแบบการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน การใช้มิติ กลไก จุดอ่อน/จุดแข็งของรูปแบบการจัดการความขัดแย้งที่มีอยู่เดิม เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ให้ข้อมูลหลักในชุมชนและนอกชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและแบบไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แนวคิดความขัดแย้งและการจัดการความขัดแย้ง ทฤษฏีโครงสร้างและการหน้าที่ แนวคิดเกี่ยวกับครือข่าย แนวคิดความสัมพันธ์ระหว่างระบบมนุษย์กับระบบนิเวศของ Miller แนวการพัฒนาที่ยั่งยืน แนวคิดการมีส่วนร่วม และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดทฤษฏีที่กำหนด
ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนในลุ่มน้ำสาละวินพื้นที่อำเภออมก๋อย มีความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ 4 ลักษณะ คือความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับรัฐ ความขัดแย้งระหว่างชุมชนใกล้เคียง ความขัดแย้งภายในชุมชน และความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับผู้มีอิทธพลทางเศรษฐกิจ โดยมีรูปแบบการจัดการความขัดแย้ง คือ การปรับใช้ประเพณีที่มีอยู่เดิมและการเจรจาตกลงที่ไม่เป็นทางการ การสร้างเครือข่าย องค์กรชุมชนและการมีส่วนร่วม มิติที่ใช้ได้แก่มิติทางวัฒนธรรม ทางสังคม ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางเครือข่ายและมิติความยั่งยืน โดยใช้กลไกทางสังคม วัฒนธรรม เครือข่ายและฐานอำนาจรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรของชุมชนในลุ่มน้ำสาละวินพื้นที่อำเภออมก๋อยคือ การจัดการร่วมระหว่างชุมชน รัฐ และองค์กรเอกชน เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ใช้เครือข่ายการเรียนรู้ของท้องถิ่น โครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่น้อมนำโครงการตามพระราชดำริและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติในพื้นที่
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Journal of Liberal Arts Prince of Songkla University Hat Yai)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเป็นผู้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก


