ผลการเข้าร่วมกิจกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมของนักเรียน: กรณีศึกษาโรงเรียนพัฒนาการศึกษามูลนิธิ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล
คำสำคัญ:
จิตสาธารณะ, สิ่งแวดล้อม, นักเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมของนักเรียน โรงเรียนพัฒนาการศึกษามูลนิธิ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ผู้ร่วมในการวิจัยได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 88 คน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (action research) เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความรู้ทัศนคติ และพฤติกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย และทดสอบความแตกต่างก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมด้วย t-test ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยมีดังนี้ ขั้นที่ 1) ผู้วิจัยต้องเข้าใจบริบทของโรงเรียน กลุ่มเป้าหมายและกิจกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนดำเนินการอยู่ เพื่อออกแบบกิจกรรมและแบบประเมินผล ขั้นที่ 2) ดำเนินกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้รวม 4 กิจกรรม ขั้นที่ 3) มีการสะท้อนการปฏิบัติเพื่อประเมินและปรับปรุงกระบวนการตลอดจนมีการสรุปบทเรียนเพื่อพัฒนาสู่การขยายผล จากการประเมินผลก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมของนักเรียน พบว่า ด้านความรู้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาสาระเรื่องจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ด้านทัศนคติ นักเรียนเกิดทัศนคติในด้านการรับรู้และการสร้างความตระหนักด้านพฤติกรรมและการเข้าร่วมรวมทั้งทัศนคติด้านบทบาทของหน่วยงานและองค์กรมากขึ้น และในด้านพฤติกรรมการมีจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม นักเรียนมีพฤติกรรมที่สามารถจะแสดงออกถึงการมีจิตสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนด้วยการปฏิบัติตนเป็นแบบ อย่างแก่เพื่อนนักเรียน ตลอดจนการมีพฤติกรรมที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ข้อเสนอแนะคือ การนำแผนการจัดการเรียนรู้ภายใต้กิจกรรมที่กำหนดไปพัฒนาหรือขยายผลในโรงเรียนในระดับชั้นอื่นๆ หรือสถานศึกษาอื่นต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Journal of Liberal Arts Prince of Songkla University Hat Yai)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเป็นผู้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก


