การเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนภาษาอังกฤษเฉพาะทางในห้องเรียนออนไลน์โดยใช้กระบวนการเสริมต่อศักยภาพการเรียนรู้
คำสำคัญ:
เฟซบุ๊ก, การเสริมต่อศักยภาพทางการเรียนรู้, การปฏิสัมพันธ์, ภาษาอังกฤษ เฉพาะทาง, การเรียนออนไลน์บทคัดย่อ
กระบวนการเสริมต่อศักยภาพทางการเรียนรู้ (scaffolding) เป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีการสร้างความรู้เชิงสังคมที่ผู้เรียนและผู้เรียนร่วมกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการปฏิสัมพันธ์โดยมีผู้สอนคอยให้ความช่วยเหลือ วัตถุประสงค์ของบทความนี้คือเพื่อแสดงให้เห็นบทบาทของผู้สอนและผู้เรียนในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเฉพาะทางผ่านเฟซบุ๊กโดยใช้กระบวนการเสริมต่อศักยภาพทางการเรียนรู้ให้กับกลุ่มตัวอย่างจานวน 118 คน ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐานซึ่งเป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 2 สาขาธุรกิจสถานพยาบาล ของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ผลการวิจัยได้มาจากการวิเคราะห์ความคิดเห็น 1,810 ข้อความ ที่ผู้เรียนและผู้สอนโต้ตอบกันระหว่างการสอนผ่านเฟซบุ๊กเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการวิเคราะห์ความถี่และเนื้อหาของการปฏิสัมพันธ์พบว่าจำนวนความถี่ของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนสูงกว่าความถี่ของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และยังพบอีกว่าผู้สอนมีบทบาทมากในช่วงแรกของการเรียน ทั้งนี้เพื่อปูพื้นฐานให้ผู้เรียนสามารถเรียนออนไลน์ได้ และเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นจนในที่สุดผู้เรียนมีบทบาทมากขึ้นในการเรียนโดยผู้สอนลดบทบาทลงจนเกือบเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ อย่างไรก็ตามลักษณะการโต้ตอบในเฟซบุ๊กนี้ยังคงจำกัดอยู่ที่การตอบสั้นๆ เท่านั้น ข้อค้นพบใหม่ที่ได้จากงานวิจัยนี้คือหลักการของกระบวนการเสริมต่อศักยภาพทางการเรียนรู้ ที่เรียกว่าการสร้างความลื่นไหลและต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้กับผู้เรียนที่มีความสามารถทางภาษาในระดับพื้นฐานเกิดการปฏิสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ข้อเสนอสำหรับการวิจัยครั้งต่อไปคือควรทดลองเปรียบเทียบพัฒนาการด้านการปฏิสัมพันธ์ของการเรียนในระบบผสมผสาน (blended learning) โดยใช้การวิจัยแบบถ่วงดุลย์
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Journal of Liberal Arts Prince of Songkla University Hat Yai)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเป็นผู้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก


