ศักยภาพและการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมของชุมชน เพื่อหนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก บ้านเกาะหัวช้าง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง
คำสำคัญ:
ศักยภาพชุมชน , การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว , การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ , เศรษฐกิจฐานรากบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์ 1) วิเคราะห์ศักยภาพและทุนเดิมบ้านเกาะหัวช้าง 2) ศึกษาความต้องการและประยุกต์ใช้ทุนเดิมในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมของชุมชนเพื่อเสริมเศรษฐกิจฐานรากบ้านเกาะหัวช้าง 3) พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมของชุมชนเพื่อหนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก บ้านเกาะหัวช้าง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง และ 4) ประเมินความพึงพอใจเส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมของชุมชนเพื่อหนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก บ้านเกาะหัวช้าง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ กลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บ้านเกาะหัวช้าง จำนวน 3 กลุ่ม จำนวน 85 คน คือ (1) ตัวแทนภาครัฐและองค์กรท้องถิ่น (2) ตัวแทนภาคเอกชนและผู้ประกอบการรายเดี่ยว และ (3) ตัวแทนภาคชุมชนและกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนที่มีประสบการณ์ เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแบบสอบถาม เก็บข้อมูลผ่านเวทีเสวนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย การปฏิบัติการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยว กลุ่มที่ 4 คือ นักท่องเที่ยวภายนอกผ่านการสำรวจความพึงพอใจ จำนวน 105 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและจัดหมวดหมู่ข้อมูล สถิติพรรณนาหาค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลวิจัยพบว่า 1) บ้านเกาะหัวช้างมีศักยภาพเด่น 5 ด้าน ได้แก่ อาชีพเกษตรผลผลิตท้องถิ่นหลากหลายโดยเฉพาะส้มเกลี้ยง การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน การมีส่วนร่วมของชาวบ้านในกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น และการสนับสนุนจากภาครัฐและเครือข่ายชุมชน สำหรับทุนเดิมของชุมชนมี 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ทุนทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชตระกูลส้มที่ต้องการความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ดินในพื้นที่แม่พริกส่วนใหญ่เป็น ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียว ซึ่งมีการระบายน้ำดีและมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ในช่วง 5.5-6.5 ซึ่งเหมาะสมกับการปลูกส้ม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ GI ที่มีอัตลักษณ์ ทุนมนุษย์ที่มีทักษะการแปรรูปและหัตถกรรม ทุนวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุนทางสังคมจากการมีส่วนร่วมของชุมชน และทุนการท่องเที่ยวที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว 2) การวิเคราะห์ความต้องการและประยุกต์ใช้ทุนเดิมในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม พบว่ามีความต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวผ่านการส่งเสริมอัตลักษณ์และทรัพยากรท้องถิ่น ด้วยการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวที่เน้นการเรียนรู้และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน 3) การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมของชุมชนเพื่อหนุนเสนิมเศรษฐกิจฐานราก พบว่าการจัดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชุมชนได้ร่วมกันวางแผนในการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีฐานกิจกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ จำนวน 10 ฐาน โดยจัดในลักษณะการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ และ 4) การประเมินความพึงพอใจเส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ของนักท่องเที่ยวทั้ง ในกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 10 แห่ง พบว่า ผลิตภัณฑ์สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนมากที่สุด ด้านสถานที่จัดงานได้รับความพึงพอใจระดับมาก ผู้ประกอบการมีอัธยาศัยดีและเน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำโดยรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). ยุทธศาสตร์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2566–2570). สืบค้น 25 มกราคม 2568, จาก https://www.nongmung.go.th/67/P130.pdf
กองพัฒนาบริการท่องเที่ยว. (2566). แผนพัฒนาบริการท่องเที่ยว พ.ศ. 2566-2570. สืบค้น 25 มกราคม 2568, จาก https://www.dot.go.th/storage/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AF/QtftdpYXKOCrXLds1f5xJfseslXaXcpgu3q3oDnM.pdf
เกศินี ประทุมสุวรรณ, พีรพัฒน์ พันศิริ และอรรถ อารีรอบ. (2566). การพัฒนานวัตกรรมชุมชนแบบมีส่วนร่วมบนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนครปฐม. วารสารศิลปะศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 5(2), 257-270.
ขวัญฤทัย เดชทองคำ. (2564). การจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืนของธุรกิจ ภายใต้วิกฤติโควิด 19. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 17(2), 1-18.
เทศบาลตำบลพระบาทวังตวง. (2567). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570). สืบค้น 12 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://www.prabatwangtuang.go.th/
ธรรมจักร เล็กบรรจง, วันวิสาข์ พลอย อินสว่าง และจิระนาถ รุ่งช่วง. (2565). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืนของชุมชนนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง. วารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 22(3), 81-110.
นารีภรณ์ ศรีจริต, ชวลีย์ ณ ถลาง, เสรี วงษ์มณฑา และชุษณะ เตชคณา. (2567). การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดพัทลุง. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์, 7(2), 58-74.
นิรินธนา บุษปฤกษ์ และภัทรภร พุฒพันธ์. (2564). แนวทางการจัดการทุนชุมชนที่สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 14 (1), 158-171.
พรฟ้า สุทธิคุณ, และประกอบ ใจมั่น. (2567). รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนโดยชุมชน.วารสารวิชาการสังคมมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 14(1), 61-86.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน). (2559). การส่งเสริมการพัฒนา “ระบบเศรษฐกิจฐานราก”. สืบค้น 13 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://web.codi.or.th
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) (2550). ประวัติสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). สืบค้น 20 มกราคม 2568, จาก https://iptv.mhesi.go.th/website/department/index/181.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่พริก. (2568). กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่พริก: ลำปาง
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2565). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (16) ประเด็น เศรษฐกิจฐานราก (พ.ศ. 2561 - 2580). สืบค้น 25 มกราคม 2568, จาก https://www.senate.go.th
สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (พ.ศ.2566-2570). สืบค้น 14 กุมภาพันธ์ 2568, จาก https://www.nesdc.go.th
Carvalho, R. M. F., Costa, C., & Ferreira, A. M. (2024). Multidimensional Benefits of Creative Tourism: A Network Approach. Urban science, 8(4), 1-16.
Likert, R. (1967). The Human Organization: Its Management and Value. New York: McGraw-Hill
Maryonoputri, L. V., Rahmafitria, F., & Rahman, G. N. (2024). Analisis partisipasi masyarakat dalam pengembangan usaha wisata berbasis industri kreatif di Kampung Wisata Kreatif Cigadung. Trend and Future of Agribusiness, 1(2), 94-104.
Midmore, P. & Whittaker, J. (2000). Economics for sustainable rural systems. Ecological Economics, 35(2), 173-189.
Richards, G. & Raymond, C. (2000), Creative tourism, ATLAS News, 23, 16–20.
Risty, R. (2024). Keterlibatan Mult stakeholders dalam mengembangkan produktivitas dan daya saing industri kreatif berbasis
pariwisata. Journal of Tourism and Creativity, 8(2), 103-108. Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), 49–60.
Sofield, T., Guia, J., & Specht, J. (2017). Organic ‘folkloric’community driven place-making and tourism. Tourism Management, 61, 1-22.
Taylor, M. & Plummer, P. (2003). Promoting local economic growth: the role of entrepreneurship and human capital. Education Training, 45(8/9), 558-563.
UNESCO. (2006). Towards sustainable strategies for creative tourism: Discussion report of the planning meeting for the 2008 International Conference on Creative Tourism. Santa Fe, New Mexico: UNESCO.
UNESCO. (2025). Creative Cities Network. Retrieved January 6, 2025, from https://www.unesco.org.
United Nations Development Programme. (2016). Grassroots Economic Development: Strategies for Poverty Alleviation. New York: United Nations Development Programme.
Witchayakawin, P., Aziz, Y. A., Mahomed, A. S. B. B., & Abdullah, N, B, H. (2022). Comparing stakeholder participation in community-based tourism in Thailand. Geojournal of Tourism and GeoCities, 41(2), 531-540
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นลิขสิทธิ์ของ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน คณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง