การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำโดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT (Team Games Tournament) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
DOI:
https://doi.org/10.65205/jhssrru.2026.e302226คำสำคัญ:
บอร์ดเกม, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ, เทคนิค TGT, การเขียนสะกดคำบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา (Developmental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT (Team Games Tournament) 2) เปรียบเทียบทักษะการเขียนสะกดคำของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บอร์ดเกมร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT และ 3) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนหลังเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนหนองโตง “สุรวิทยาคม” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 35 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) บอร์ดเกมเรื่องการเขียนสะกดคำ 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับเทคนิค TGT เรื่อง “อ่านรู้คำ นำไปใช้” 3) แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 10 ข้อ เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และแบบสอบถามความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.65 การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการโดยการทดสอบก่อนเรียน จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมร่วมกับเทคนิค TGT ทดสอบหลังเรียน และประเมินความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน (Paired t-test)
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีทักษะการเขียนสะกดคำดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 7.40 ± 1.65 และหลังเรียนเท่ากับ 12.37 ± 1.68 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 31.94, p < 0.001) และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยรวม 4.76 ± 0.11) โดยมีความพึงพอใจด้านสื่อบอร์ดเกมและแบบฝึกหัดมากที่สุด (4.79 ± 0.11) รองลงมาคือด้านความเข้าใจและความสนใจต่อเนื้อหา (4.76 ± 0.12) และด้านกิจกรรมการเรียนรู้ (4.68 ± 0.12) ตามลำดับ สรุปได้ว่า การใช้บอร์ดเกมร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT สามารถพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำ เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และสร้างความพึงพอใจให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2545). การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กาญจนา สุขสมบัติ. (2563). การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จุฑามาศ กันติ๊บ. (2554). การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้เรื่องการเขียนสะกดคำโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์ 2 ร่วมกับเกมการศึกษา กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล. (2558). หลักภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธนพร ดวงพรกชกร. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึก [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ประไพ สุวรรณสารคุณ. (2553). การพัฒนาทักษะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการเขียนสะกดคำยากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วรรณี โสมประยูร. (2554). การสอนภาษาไทยระดับประถมศึกษา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัลยา อ่ำหนองโพธิ์. (2557). การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำของนักเรียนระดับประถมศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สารสิน เล็กเจริญ. (2554). การเปรียบเทียบผลทางการเรียนรู้การเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคทีมเกมการแข่งขันกับการสอนแบบปกติ [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมพงษ์ ศรีพยาต. (2553). การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำของนักเรียน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อัจฉรา เจนบุตร. (2554). การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.




