นวัตกรรมการสร้างลวดลายผ้าเชิงศิลป์ผ่านการคำนวณ เชิงคณิตศาสตร์: การใช้เทคนิคฟิโบนักชีเพื่อเพิ่มมิติ ความงามในผืนผ้า

Main Article Content

ติณณา ติณณา
ฉัตรดาว ไชยหล่อ
สมิหลา คีรีศร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักการและเทคนิคของลำดับฟิโบนักชีในการประยุกต์งานออกแบบลวดลายผ้า 2) ออกแบบลวดลายผ้าที่ใช้เทคนิคฟิโบนักชีเพื่อเพิ่มมิติความงามและความเป็นเอกลักษณ์ และ 3) สร้างแรงบันดาลใจและเป็นแนวทางในการนำคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบและหัตถศิลป์ สำหรับ
นักออกแบบ นักวิจัย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นการวิจัยและพัฒนา การเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักด้วยวิธีเจาะจงสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณค่าทางศิลปะ แนวคิดการออกแบบ และการประยุกต์ใช้แนวคิดฟิโบนักชีในลวดลายผ้า และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา เพื่อสรุปประเด็นสำคัญใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ กระบวนการออกแบบ แนวโน้มการออกแบบ และประโยชน์ใช้สอยของลวดลายผ้า โดยผู้วิจัยออกแบบลวดลายเบื้องต้นจำนวน 3 รูปแบบ ด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator CS5 ซึ่งอ้างอิงแนวคิดอนุกรมฟิโบนักชีและสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) นำเสนอแบบลวดลายต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อคัดเลือกแบบที่มีความเหมาะสม และนำแบบที่ได้รับการคัดเลือกไปพัฒนาเป็นต้นแบบลวดลายผ้า พร้อมทั้งจัดทำการประเมินและปรับปรุงแบบลวดลายผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ลวดลายที่มีความงาม สะท้อนแนวคิดทางคณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปใช้จริงได้ในบริบทของผลิตภัณฑ์สิ่งทอร่วมสมัย
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลักการและเทคนิคของลำดับฟิโบนักชีสามารถประยุกต์ใช้ในการออกแบบลวดลายผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความสมดุล ความกลมกลืน และความงามตามธรรมชาติ ลวดลายที่ได้มีเอกลักษณ์ และสะท้อนสุนทรียภาพเชิงลึก เป็นการผสานคณิตศาสตร์กับศิลปะหัตถกรรมได้อย่างลงตัว 2) การออกแบบลวดลายด้วยการใช้เทคนิคฟิโบนักชีเพื่อสร้างมิติความงามและเอกลักษณ์ให้ผืนผ้า โดยเฉพาะลวดลายก้นหอยร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมากที่สุดมีคะแนนเฉลี่ยที่ (𝑥̅ =9.0, S.D. 0.63) พบว่า มีความต่อเนื่อง สมมาตร และโดดเด่นด้านสุนทรียภาพ และ 3) การใช้ฟิโบนักชีในการออกแบบลวดลายผ้าช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองใหม่ในการเชื่อมโยงศาสตร์กับศิลป์ ลวดลายที่พัฒนาไม่เพียงสวยงาม แต่ยังสื่อเรื่องราวเชิงแนวคิด สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหัตถศิลป์แขนงต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ติณณา ต., ไชยหล่อ ฉ., & คีรีศร ส. . (2025). นวัตกรรมการสร้างลวดลายผ้าเชิงศิลป์ผ่านการคำนวณ เชิงคณิตศาสตร์: การใช้เทคนิคฟิโบนักชีเพื่อเพิ่มมิติ ความงามในผืนผ้า. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 17(2), 1–23. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhsc/article/view/284544
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ติณณา อุดม (ผู้ออกแบบ). รูปแบบที่ 1 ลายก้นหอยสมมาตรแนวพื้นฐาน. ณ 80/399 หมู่ที่

ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567.

ติณณา อุดม (ผู้ออกแบบ). รูปแบบที่ 2 ลายก้นหอยผสมผสานองค์ประกอบร่วมสมัย.

ณ 80/399 หมู่ที่ 5 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567.

ติณณา อุดม (ผู้ออกแบบ). รูปแบบที่ 3 ลายก้นหอยแบบผสมผสานธรรมชาติ.

ณ 80/399 หมู่ที่ 5 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567.

ติณณา อุดม (ผู้ออกแบบ). รูปแบบลวดลายที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญ รูปแบบที่ 2

ลายก้นหอยผสมผสานองค์ประกอบร่วมสมัย. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567.

สมิหลา คีรีศรี (ผู้ออกแบบ). การจัดเรียงฟีโบนักชีด้วยสามเหลี่ยม เป็นการนำขนาดของ

ด้านหรือพื้นที่ของสามเหลี่ยมมาจัดเรียงตามลำดับฟิโบนักชี เพื่อสร้างลวดลายที่

มีการขยายตัวอย่างเป็นจังหวะ. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567.

สมิหลา คีรีศรี (ผู้ออกแบบ). รูปแบบลวดลายก้นหอย เป็นการจัดวางองค์ประกอบตาม

โครงสร้างของเกลียวฟิโบนักชี ที่มีลักษณะการหมุนวนออกจากจุดศูนย์กลาง

อย่างต่อเนื่องและสมดุลตามธรรมชาติ. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี

วิชัย จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567.

สมิหลา คีรีศรี (ผู้ออกแบบ). รูปแบบสี่เหลี่ยมวางเคียงกัน รูปแบบสี่เหลี่ยมวางเคียงกันเป็น

การจัดเรียงรูปทรงสี่เหลี่ยมตามลำดับตัวเลขฟิโบนักชี โดยขนาดของแต่ละช่อง

จะเพิ่มขึ้นตามลำดับเพื่อแสดงการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แสดงถึงจังหวะ

และสัดส่วนที่สมดุล. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา.

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567.

สมิหลา คีรีศรี (ผู้ออกแบบ). ลวดลายเกลียวทองคำ เป็นการออกแบบที่อ้างอิงจากเส้นโค้ง

ของสัดส่วนทองคำ (Golden Spiral) ซึ่งเกิดจากลำดับฟีโบนักชีและหมุนวน

ออกจากจุดศูนย์กลางอย่างสมดุลและต่อเนื่อง. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลศรีวิชัย จังหวัดสงขลา. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567.

Akleman, E., Chen, J., & Srinivasan, V. (2009). Fibonacci Spiral Design in 3D

Modeling. Journal of Visual Communication and Image

Representation, 20(3), 115–124.

Hatch, R. (2012). Mathematics in Nature: Modeling Patterns in the Natural

World. Cambridge: Cambridge University Press.

Kao, C. C., & Lee, W. Y. (2017). Design Patterns Derived from Fibonacci

Sequence for Fashion Textiles. Procedia CIRP, 60, 337-342.

Kazlacheva, Z. (2016). Fibonacci tilings in fashion design. Annals of the

University of Oradea Fascicle of Textiles, Leatherwork, XVII(1), 77–82

Livio, M. (2003). The Golden Ratio: The Story of Phi, the World's Most

Astonishing Number. New York: Broadway Books.

Singh, R., Gupta, P., & Sharma, N. (2016). Application of Fibonacci Series in

Design and Architecture. International Journal of Scientific

Research, 5(6), 123–125.

Sinha, S. (2017). The Fibonacci numbers and its amazing applications.

International Journal of Engineering Science Invention, 6(9), 7–14.

Stewart, I. (2001). Nature's Numbers: The Unreal Reality of Mathematics.

New York: Basic Books.