การศึกษาเครื่องดนตรีประกอบจังหวะจากอาหรับ สู่การแสดงลิเกฮูลู: รำมะนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาต้นกำเนิดเครื่องดนตรีรำมะนากับความเชื่อมโยงสู่การแสดงลิเกฮูลู 2) ศึกษาบทบาทหน้าที่ของเครื่องดนตรีรำมะนาและวิเคราะห์จังหวะของเครื่องดนตรีรำมะนาที่ใช้ประกอบการแสดงลิเกฮูลู และ 3) ศึกษาการคงอยู่และความคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของเครื่องดนตรีรำมะนาในการประกอบการแสดง
ลิเกฮูลู เป็นวิจัยการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และการวิจัยทางมานุษยดุริยางควิทยา เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารและข้อมูลภาคสนามด้วยแบบสำรวจ แบบสังเกต และการสัมภาษณ์เชิงลึก คัดเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง จากคณะลิเกฮูลูในจังหวัดปัตตานีที่มีเครือข่ายสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง จำนวน 3 คณะ มีความหลากหลายของช่วงวัยและเป็นคณะลิเกฮูลูที่รู้จักอย่างแพร่หลายในจังหวัดปัตตานี วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและนำเสนอผลการวิจัยเชิงบรรยาย
ผลการวิจัยพบว่า 1) ต้นกำเนิดเครื่องรำมะนามีความเชื่อมโยงสู่การแสดงลิเกฮูลูว่ามีต้นกำเนิดมาจากดินแดนตะวันออกกลาง กลองชนิดนี้เรียกว่า เฟรมดรัม (Frame drum) พบทุกภูมิภาคของโลก แพร่กระจายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเส้นทางการค้าทางทะเลของเหล่าพ่อค้าชาวอาหรับและชาวเปอร์เซีย ช่วงเวลาคาบเกี่ยวในสมัยอาณาจักรทวารวดีและอาณาจักรศรีวิชัย และแพร่มายังเกาะสุมาตรา เกาะชวา และแหลมมลายู
จากหลักฐานรำมะนาพบในวัฒนธรรมมุสลิมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน 2) บทบาทหน้าที่ของเครื่องดนตรีรำมะนาและวิเคราะห์จังหวะของเครื่องดนตรีรำมะนาที่ใช้ประกอบการแสดงลิเกฮูลูพบว่า มีบทบาทหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1) บทบาทหน้าที่ทางดนตรี 2) บทบาทหน้าที่ในสังคม และ 3) บทบาทหน้าที่ในเชิงสัญลักษณ์ และการวิเคราะห์จังหวะของเครื่องดนตรีรำมะนาที่ใช้ประกอบลิเกฮูลูพบว่ามีรูปแบบอัตราจังหวะ 4/4 ความเร็วจังหวะประมาณ 40-100 ครั้งต่อนาที จังหวะรำมะนาประกอบการแสดงลิเกฮูลู มี 4 จังหวะ คือ 1) จังหวะ
สโลว์ 2) จังหวะแมมโบ้ 3) จังหวะรองเง็ง และ 4) จังหวะนาฏศิลป์อินเดีย 3) การคงอยู่ของเครื่องดนตรีรำมะนาพบว่า มี 2 ประการสำคัญ คือ 1) เครื่องดนตรีรำมะนาประกอบ
การละเล่นและการแสดงพื้นบ้าน และ 2) เครื่องดนตรีรำมะนาประกอบการแสดงลิเกฮูลู และความคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของเครื่องดนตรีรำมะนามีปัจจัยสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ 1) ยุคสมัย 2) สภาพสังคม และ 3) สภาพแวดล้อม ซึ่งรำมะนาอาจเป็นสัญญะของ
การหลอมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวภายใต้ความเป็น พหุวัฒนธรรมของกลุ่มวัฒนธรรมมุสลิมภาคใต้สืบไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับทุกเรื่องที่พิมพ์เผยแพร่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Peview) เฉพาะสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กิตติชัย รัตนพันธ์. (2564). ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โอ. เอส. พริ้น
ติ้ง เฮ้าส์.
กิติมา ทวนน้อย (ผู้ถ่ายภาพ). การนั่งล้อมวงของนักดนตรีขณะแสดงลิเกฮูลู. ณ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง
จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566.
กิติมา ทวนน้อย. (2566). จังหวะนาฏศิลป์อินเดีย. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย. (2566). จังหวะแมมโบ้. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย. (2566). จังหวะรองเง็ง. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย. (2566). จังหวะสโลว์. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย. (2566). ตัวอย่างการบรรเลงจังหวะของเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ
ลิเกฮูลู. ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สุราษฎร์ธานี. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย (ผู้ถ่ายภาพ). รำมะนาเล็ก หรือ บานออาเนาะ. ณ หมู่ 3 ตำบลโคกโพธิ์
อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย (ผู้ถ่ายภาพ). รำมะนาใหญ่ หรือ บานออีบู. ณ หมู่ 3 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอ
โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566.
กิติมา ทวนน้อย (ผู้ถ่ายภาพ). ท่านั่ง รำมะนาใหญ่ หรือ บานออีบู รำมะนาเล็ก หรือ บานอ
อาเนาะ. ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566.
กิติมา ทวนน้อย (ผู้ถ่ายภาพ). ผู้ชมการแสดงลิเกฮูลู ในงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม. ณ
สถาบันวัฒธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต
ปัตตานี. ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566.
เจนจิรา เบญจพงศ์. (2555). ดนตรีอุษาคเนย์. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์.
ชัยทัด โสพระขรรค์. (2557, กันยายน - 2558, กุมภาพันธ์). กระบวนการสร้างและคุณภาพ
เสียงของโทนรำมะนา. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
(2), 40-56.
ณรงค์ เส็งประชา. (2541). มนุษย์กับสังคม. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
ธิดา โมสิกรัตน์. (2532). “ดนตรีพื้นบ้านของไทย.” ใน ศิลปะการละเล่นและการแสดงพื้น
บ้านไทย หน่วย 1-8. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
บุญเดิม พันรอบ. (2528). สังคมวิทยา มานุษยวิทยา. กรุงเทพฯ: ศิลปะบรรณาคาร.
ประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์. (2548). ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
เปรมสิรี ศักดิ์สูง, อดิศร ศักดิ์สูง, และ มูหำหมัด สาแลบิง. (2550). ลิเกฮูลู: การศึกษาเชิง
ประวัติรูปแบบและการพัฒนาศักยภาพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม.
ภิญโญ เวชโช. (2551, กรกฎาคม – ธันวาคม). เพลงพื้นบ้านดิเกร์ฮูลู: กำเนิด พัฒนาการ
และบทบาทในการขับขาน. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 3(2), 167-184.
ลำไย ไชยสาลี. (2542). การศึกษาเครื่องดนตรีพื้นบ้านภาคใต้. สงขลา: มหาวิทยาลัย
ทักษิณ.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2556, มกราคม – มีนาคม). “แขก” มุสลิมในความเป็นไทย. วารสารรูสมิ
แล, 34(1), 75-82.
สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (2524). เอกลักษณ์ของดนตรีพื้นเมืองภาคใต้ : เจ้าแห่งจังหวะ. ใน
อุดม หนูทอง (บก.), ดนตรีพื้นเมืองภาคใต้, (หน้า 1-8). สงขลา: สถาบันทักษิณคดี
ศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ.
สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์. (2525). วัฒนธรรมพื้นบ้าน แนวทางปฏิบัติในภาคใต้. สงขลา: สถาบัน
ทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา.
อานันท์ นาคคง. (2562, เมษายน – มิถุนายน). เครือญาติดนตรี วิถีอาเซียน. วารสารวัฒนรรม,
(2), 110-119.
อุดม หนูทอง. (2531). ดนตรีและการละเล่นพื้นบ้านภาคใต้. สงขลา: มหาวิทยาลัยศรี
นครินวิโรฒ สงขลา.
Kaushal, A. (2020, 1 September). Monsoon Islam: An interview with
Sebastian Prange: https://notevenpast.org/monsoon-islam-an-
interview-with-sebastian-prange/
Meyers, C. (2021, 23 June). Women with Hand-Drums, Dancing: Bible.
https://jwa.org/encyclopedia/article/women-with-hand-drums-
dancing-bible
บุคลานุกรม
มะฟายูริ มะหลี (ผู้ให้สัมภาษณ์) กิติมา ทวนน้อย (ผู้สัมภาษณ์). ณ หมู่ 3 ตำบลโคกโพธิ์
อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566.
แวะหะมะ แวกามา (ผู้ให้สัมภาษณ์) กิติมา ทวนน้อย (ผู้สัมภาษณ์). ณ หมู่ 3 ตำบลโคกโพธิ์
อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566.
อับดุลตอเละ มะหลี (ผู้ให้สัมภาษณ์) กิติมา ทวนน้อย (ผู้สัมภาษณ์). ณ หมู่ 3 ตำบลโคกโพธิ์
อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566.
อามาน แวเยะ (ผู้ให้สัมภาษณ์) กิติมา ทวนน้อย (ผู้สัมภาษณ์). ณ มหาวิทยาลัยสงขลา
นครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี. เมื่อวันที่
กันยายน 2566.