ความเป็นมาของมุสลิมแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การค้าขายในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาชาวมุสลิมได้มีการประกอบอาชีพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับราชการ การค้าขาย การทำเกษตรกรรม และการประมง เป็นต้น ชาวมุสลิมที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นมีหลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ชาวเปอร์เซีย ชาวอาหรับ ชาวมลายู และชาวจาม โดยพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยานับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความเจริญรุ่งเรือง จึงทำให้มีมุสลิมอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตแดนนี้เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งชาวมุสลิมหลากหลายเชื้อชาติได้เข้ามาประกอบอาชีพและพำนักอาศัยอยู่ในเขต
ภาคกลางของประเทศไทยนับตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบันจนกลายเป็นชาวไทยไปแล้ว
จากการศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนมุสลิมในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่า ชาวมุสลิมจะอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนใหญ่ ริมแม่น้ำลำคลอง เนื่องจากได้เข้ามาทำ
การค้าขายและตั้งถิ่นฐานในอาณาบริเวณกรุงศรีอยุธยา โดยผ่านการเดินเรือในสมัยนั้น ชาวมุสลิมมีความศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจที่เหมือนกัน มีการประกอบอาชีพที่หลากหลาย และมีบทบาทสำคัญต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน โดยในกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ก็พบว่ามีชุมชนมุสลิมอาศัยอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากเป็นเมืองหน้าด่านทางการค้าประกอบกับมีชุมชนมุสลิมที่มาจากเมืองปัตตานีอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งในแต่ละยุคสมัยชาวมุสลิมจะร่วมกันสร้าง
ศาสนสถานขึ้นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนและเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสนา
เพื่อให้ประชาชนตั้งมั่นอยู่บนศีลธรรมอันดีงามและเป็นคนดีของแผ่นดิน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ต้นฉบับทุกเรื่องที่พิมพ์เผยแพร่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Peview) เฉพาะสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กุสุมา รักษ์มณี. (2554). ราชการุญบางยี่ขัน. กรุงเทพฯ: สหพัฒนการพิมพ์.
คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี. (2534). คำให้การ
ขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวง. กรุงเทพฯ: เอกสาร
จากหอหลวง.
จิดาพร แสงนิล. (2548). การศึกษาชุมชนมุสลิมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในสมัยอยุธยา
(พุทธศตวรรษที่ 19-23). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จิตรสิงห์ ปิยะชาติ. (2554). อยุธยา แผ่นดินประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมประวัติศาสตร์
อาณาจักรอยุธยาที่คนไทยควรรู้. กรุงเทพฯ: ยิปซี.
จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์. (2544). บทบาทและหน้าที่ของขุนนางท่าขวาในสมัยอยุธยาถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2153-2435). ดุษฎีนิพนธ์ อ.ด. (วิชาประวัติศาสตร์).
กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉัตราภรณ์ พิรุณรัตน์. (2535). พัฒนาการของบางกอกฝั่งตะวันตก พ.ศ. 2325-2369
วิทยานิพนธ์ อ.ม. (อเชียตะวันออกเฉียงใต้). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2551). พงศาวดาร เรื่อง ไทย
รบพม่า (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: มติชน.
ทิพวรรณ จันทรสถิตย์. (2547). ธนบุรี จากอดีตสู่ปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: สำนักศิลปะและ
วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
นันทวรรณ ภู่สว่าง. (2529). สถานภาพของชนมุสลิมในอยุธยาสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17.
กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พลับพลึง คงชนะ. (2538). เจ้าพระยาบวรราชนายกกับประวัติศาสตร์สยาม.
กรุงเทพฯ: ศูนย์วัฒนธรรม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน.
มุสลิมไทยโพสต์. (2561, มีนาคม 1). ประวัติมัสยิดอันซอริซซุนนะห์ บางกอกน้อย.
http://gallery.muslimthaipost.com/?cid=18
เรืองศิลป์ หนูแก้ว. (2546). ความเป็นสังคมนานาชาติของกรุงธนบุรี ระหว่าง พ.ศ. 2310-
ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (ประวัติศาสตร์ไทย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ.
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2562, สิงหาคม 25). แผนที่แสดงอาณาบริเวณลุ่มแม่น้ำ
เจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย เปรียบเสมือนสายเลือดสำคัญ
ของประเทศ. https://th.wikipedia.org/ /wiki/แม่น้ำเจ้าพระยา
วิวัฒน์ ร้อยศรี (ผู้ถ่ายภาพ). มัสยิดกุฎีช่อฟ้า เป็นมัสยิดที่สำคัญและเก่าแก่ในสมัยกรุง
ศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศใต้บริเวณรอบนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา.
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564.
วิวัฒน์ ร้อยศรี (ผู้ถ่ายภาพ). มัสยิดนูรุ้ลยะมาล เป็นที่ตั้งของชุมชนมุสลิมทางทิศเหนือ
บริเวณรอบนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา. เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564.
วีณา เอี่ยมประไพ. (2550). รายงานการวิจัย เรื่อง วิถีชีวิตชุมชนคลองบางกอกน้อย.
กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ศิวราช กบิลคาม. (2560). อิสลามจากคาบสมุทรอาระเบีย สู่แผ่นดินชาวสยาม.
กรุงเทพฯ: นัทชาพริ้นติ้ง.
ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (2554). “สี่แผ่นดิน” กับเรื่องจริงในราชสำนักสยาม (พิมพ์ครั้งที่ 4).
กรุงเทพฯ: มติชน.
สันติ เสือสมิง. (2553, พฤศจิกายน 10). มัสยิดต้นสน (กุฎีใหญ่) ตั้งอยู่ริมคลองบางหลวงฝั่ง
เหนือเป็นมัสยิดเก่าแก่ในสมัยกรุงธนบุรี. https://alisuasaming.org/
main/?p=1683
สันติ เสือสมิง. (2553, พฤศจิกายน 10). มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) เป็นศาสนสถานของ
ชุมชนมุสลิมที่สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งอยู่ริมคลองบางหลวงฝั่งใต้
ตรงข้ามวัดหงส์รัตนาราม. https://alisuasaming.org/main/?p=1683
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2545). ก่อนจะถึงฝั่งธนฯ ในเวียงวังฝั่งธนฯ ชุมชนชาวสยาม.
กรุงเทพฯ: มติชน.
สุภัทร สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง. (2530). ประวัติศาสตร์ตระกูลสุลต่านสุลัยมาน.
กรุงเทพฯ: อมรินทร์.
สุวนัช ศรีสง่า. (2558). วารสารครบรอบ 70 ปี อิสลามศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา:
โรงเรียนอิสลามศรีอยุธยามูลนิธิ.
เสาวนีย์ จิตต์หมวด. (2541). กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในธนบุรี. วารสารสงขลานครินทร์
ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 4(1), 63-78.
สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร. (2556, ธันวาคม 12). มัสยิด
บางอ้อตั้งอยู่ในเขตบางพลัด เป็นมัสยิดที่เก่าแก่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์.
https://masjid.islamicbangkok.or.th/masjid/id/
สำราญ ผลดี. (2559). ประวัติศาสตร์ชุมชนมุสลิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาสมัย
รัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน ศึกษาพื้นที่บางกอกน้อยและบางกอกใหญ่ ดุษฎีนิพนธ์
ปร.ด (ไทยศึกษา). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
อาณัติ อนันตภาค. (2557). สุลต่านลุ่มทะเลสาบสงขลา เรื่องราวของกลุ่มขุนนางไทยเชื้อ
สายแขกที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ยิปซี.
อิมรอน มะลูลีม. (2538). วิเคราะห์ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับมุสลิมใน
ประเทศไทย: กรณีศึกษากลุ่มมุสลิมในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้.
กรุงเทพฯ: อิสลามิคอะเคเดมี.
เอนก รักเงิน. (2556). วิสาหกิจชุมชนปลาตะเพียนสาน: การสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่มคน
มุสลิมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา:
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
Elgelbert Kaempfer. (1987). A Description of the Kingdom of Siam 1690.
Bangkok: White Orchid Press.