รูปแบบการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อเสริมสร้างการมีงานทำของนักเรียน นักศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดนครปฐม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีงานทำของนักเรียน นักศึกษาในระบบทวิภาคีของสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดนครปฐม 2) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่ส่งเสริมการมีงานทำ และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เพิ่มโอกาสในการเข้าสู่อาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ใช้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ สถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดนครปฐม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหาร ครูฝึก ครูนิเทศก์ ศิษย์เก่า และผู้แทนสถานประกอบการ จำนวน 185 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจตนา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือ 1) แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง 2) เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา แล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีงานทำ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
การฝึกงานที่มีคุณภาพ ระบบพี่เลี้ยง การติดตามประเมินผล และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายอาชีพ
2. กระบวนการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมการมีงานทำต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการในทุกขั้นตอน รวมถึงการเตรียมทักษะอาชีพ ชีวิต และผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน
3 รูปแบบการจัดการศึกษาทวิภาคีที่เสนอมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การออกแบบร่วมกับสถานประกอบการ การจัดฝึกงานจริงพร้อมพี่เลี้ยง การส่งเสริมทักษะหลากหลาย การจัดตั้งศูนย์จับคู่งาน และการประเมินผลปรับหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ ช่วยเสริมสร้างรูปแบบการศึกษาทวิภาคีที่มีคุณภาพ ยกระดับอัตราการมีงานทำของผู้สำเร็จการศึกษา และเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Areekul, S. (2019). Developing student competencies for entering the labor market in the digital economy era. Journal of Vocational Education, 18(2), 1–15.
Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education (3rd ed.). University of Chicago Press.
Chaisri,T. (2021). Development of vocational education curriculum integrated with industrial sector [Master’s thesis, Nakhon Pathom Rajabhat University].
Etzkowitz, H. & Leydesdorff, L. (2000). The dynamics of innovation: From National Systems and “Mode 2” to a Triple Helix of university–industry–government relations. Research Policy, 29(2), 109–123. https://doi.org/10.1016/S0048-7333(99)00055-4
Kemmis, S. & McTaggart, R. (2005). Participatory action research: Communicative action and the public sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), The Sage handbook of qualitative research (3rd ed., pp. 559–603). Sage.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Ministry of Education. (2020). Standards for dual vocational education management B.E. 2563 (2020). Ministry of Education.
National Economic and Social Development Council. (2017). The twelfth national economic and social development plan (2017–2021). NESDC.
OECD. (2020). Vocational education and training in a changing world. OECD Publishing.
OECD. (2020). Vocational education and training in Thailand. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/2bd31c4a-en
Office of the Vocational Education Commission. (2020). Strategic plan for vocational manpower development (2020–2027). Ministry of Education.
World Bank. (2020). Thailand: Learning for life – Strengthening equity and efficiency in skills development. World Bank Group.