กลไกการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและตรวจสอบองค์ประกอบและตัวบ่งชี้สุขภาวะในสถานศึกษา โดยศึกษาจากเอกสารและตรวจสอบความเหมาะสมโดยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน 2) ตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลตัวบ่งชี้สุขภาวะในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.978 จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น จำนวน 360 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และ 3) สร้างและประเมินกลไกการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น โดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวฒิจำนวน 5 คนเพื่อยกร่างกลไกการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษา และประเมินกลไกดังกล่าวด้วยแบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสมผสานวิธี ด้วยรูปแบบการวิจัยแบบพหุระยะ ผลการวิจัย พบว่า
1) ผลการศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้สุขภาวะในสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก 13 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) สัมพันธภาพในองค์กร มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การเข้าใจตนเองและผู้อื่น การมีส่วนร่วม การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และความไว้วางใจ 2) สภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีในการทำงาน มี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การออกแบบพื้นที่การจัดการสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในการทำงาน 3) ความก้าวหน้าในวิชาชีพ มี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ การได้รับการยอมรับ และการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ และ 4) สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การบริหารจัดการเวลา การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และความพึงพอใจต่อชีวิต และผลการตรวจความความเหมาะขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ข้างต้นโดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่าผู้ทรงคุณวุฒิร้อยละ 100 เห็นด้วยกับองค์ประกอบและตัวบ่งชี้สุขภาวะในสถานศึกษาข้างต้น
2) ผลการตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลตัวบ่งชี้สุขภาวะในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พบว่า มีความสอดคล้องกลมกลืนกัน มีค่า Chi-square เท่ากับ 40.452 องศาอิสระ เท่ากับ 28 ค่าสถิติทดสอบ p-value เท่ากับ 0.0602, RMSEA เท่ากับ 0.035, SRMR เท่ากับ 0.017, CFI เท่ากับ 0.997 และ TLI เท่ากับ 0.992
3) ผลการสร้างกลไกการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น ประกอบด้วย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนา 10 ประเด็น เงื่อนไขในการพัฒนา 8 ประเด็น และกระบวนการพัฒนา 8 ประเด็น และผลการประเมินกลไก พบว่า ความเหมาะสมของกลไกอยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{x} =4.86, S.D.=0.35) ความเป็นไปได้ของกลไกอยู่ในระดับมาก ( \bar{x}=4.42, S.D.=0.55) และความเป็นประโยชน์ของกลไกอยู่ในระดับมากที่สุด ( \bar{x}=4.89, S.D.=0.32)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2565). การพัฒนากลไกการบริหารความเสี่ยงในการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2567, จาก https://www.onesqa.or.th/th/contentlist-view/1211/3432
เบญจมาศ ดวงเด่น. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานในธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตกรุงเทพมหานคร [สารนิพนธ์ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต]. วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล.
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541. (2541, 20 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 115 ตอนที่ 8 ก, หน้า 1.
ภีมพิพัฒน์ มโนมัยกุล และโชคชัย สุเวชวัฒนกูล. (2562). รูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพเพื่อสนับสนุนความทุ่มเทมีใจต่อองค์กรของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในธุรกิจการบิน. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 14(2).
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก, หน้า 1–90. ค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2567, จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th
วิไลพร ทวีลาภพันทอง. (2561). ความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กร: แนวคิด ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการส่งเสริม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 8(2), 23–32.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). นโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567–2568 และ Quick Win 2567. ค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2567, จาก https://www.obec.go.th/archives/964628
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. ค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2567, จาก https://www.kksec.go.th/2566/view_download.php?id=365
Creswell, J. W. (2015). A concise introduction to mixed methods research. Sage Publications.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Day, A., & Nielsen, K. (2017). What does our organization do to help our well-being? Creating healthy workplaces and workers. Society and Business Review, 12(2), 147–160.
Diener, E. (2000). Subjective well-being: The science of happiness and a proposal for a national index. American Psychologist, 55(1), 34–43.
Diener, E., & Seligman, M. E. P. (2021). Happiness and economic development: A global perspective. Oxford University Press.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis. Pearson Prentice Hall.
Joint Committee on Standards for Educational Evaluation. (2010). The program evaluation standards: A guide for evaluators and evaluation users. Sage Publications.
Killingsworth, M. A., Kahneman, D., & Mellers, B. A. (2023). Income and emotional well-being: A conflict resolved. Proceedings of the National Academy of Sciences, 120(11).
Lawshe, C. H. (1975). A quantitative approach to content validity. Personnel Psychology, 28(4), 563–575.
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396.
Warr, P. (2007). Work, happiness, and unhappiness. Lawrence Erlbaum Associates.