แนวทางการเสริมพลังองค์กรสร้างสุขด้วยกระบวนการจิตตศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาชุมชนเป็นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการจิตตศึกษาและการประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาชุมชนเป็นฐานในการเสริมพลังองค์กรสร้างสุข และ 2) นำเสนอแนวทางการนำกระบวนการจิตตศึกษาและการประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาชุมชนเป็นฐานในการเสริมพลังองค์กรสร้างสุข เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 12 คน การสัมภาษณ์เชิงลึก 5 คน การสนทนากลุ่ม 7 คน เป็นการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือคือแบบสัมภาษณ์แบบมีเค้าโครง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ตรวจสอบคุณภาพด้วยเทคนิคสามเส้า และนำเสนอเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า 1) การเสริมพลังองค์กรสร้างสุขด้วยกระบวนการจิตตศึกษาและแนวคิดการพัฒนาชุมชนเป็นฐาน คือ 1.1) การนำการฝึกสติและสมาธิมาใช้เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรลดทอนความเครียดและมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร 1.2) การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน 1.3) การเชื่อมโยงองค์กรกับชุมชนยังเสริมสร้างความร่วมมือและการทำงานร่วมกัน และ 1.4 การสนับสนุนจากผู้นำชุมชนและผู้บริหารในการพัฒนาตนเองตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาอย่างต่อเนื่อง และ 2) ข้อเสนอแนวทางการประยุกต์กระบวนการจิตตศึกษาและแนวคิดการพัฒนาชุมชนในปัจจุบันในชุมชนไทย คือควรมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจ การใช้ทรัพยากรภายในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเทคนิคและแนวทางจากฐานคิดการพัฒนาชุมชนจะเป็นทั้งกระบวนการ และเป้าหมายของการพัฒนาชุมชนให้เกิดการพัฒนาที่เป็นธรรมและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในทุกด้านที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกศมณี มูลปานันท์ และคณะ. (2559). รูปแบบการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กก่อนวัยเรียน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดเชียงราย. วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ, 28(2), 112-136.
จุรี แสนสุข และคณะ. (2559). การศึกษาแบบบูรณาการโดยใช้ระบบครอบครัวเสมือนต่อความคงทนของอัตลักษณ์ จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ในบัณฑิตโครงการผลิตพยาบาลชุมชน เพื่อชุมชน ของชุมชนและโดยชุมชน จังหวัดขอนแก่น. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 34(3), 140-146.
ชาย โพธิสิตา. (2556). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ณฏฐพร สิงห์สร และคณะ. (2567). ความฉลาดทางอารมณ์วิถีพุทธ : การบูรณาการหลักธรรมสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขยุคพลิกผัน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 11(1), 250-259.
นิภาวรรณ เจริญลักษณ์ และคณะ. (2567). การพัฒนาสุขภาวะชุมชนอย่างยั่งยืนโดยการประยุกต์ใช้บริบทเป็นฐาน : กรณีศึกษาบ้านห้วยน้ำหนัก อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 170-180.
ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ. (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก. หน้า 1-61.
สำนักงานจังหวัดราชบุรี. (2565). แผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2566-2570. ราชบุรี: สำนักงานจังหวัดราชบุรี.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2564). สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กรุเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกพล๊อก.
Chambers, R. (1997). Whose Reality Counts? Putting the First Last. Intermediate Technology Publications.
Gallup, Inc. (2023). Gallup World Poll 2023. Gallup.
Goleman, D. (2013). Focus: The Hidden Driver of Excellence. HarperCollins.
Kanyinga, K. (2017). The Kenya Vision 2030: Policy, People and Prosperity. African Development Bank.
Lencioni, P. (2002). The Five Dysfunctions of a Team: A Leadership Fable. Jossey-Bass.
Peres, C. A. (2002). Effects of subsistence hunting on vertebrate community structure in Amazonian forests. Conservation Biology, 16(1), 153-160.
Piaget, J. (1972). The Psychology of the Child. Basic Books.
Porter, M. E., & Kramer, M. R. (2006). Strategy and society: The link between competitive advantage and corporate social responsibility. Harvard Business Review, 84(12), 78-92.
Pretty, J. N. (2003). Social capital and the collective management of resources. Science, 302(5652), 1912-1914. https://doi.org/10.1126/science.1090847
Santrock, J. W. (2019). Educational Psychology. McGraw-Hill Education.
Schein, E. H. (2010). Organizational culture and leadership (4th ed.). Jossey-Bass.
Senge, A. (1999). Development as freedom. Alfred A. Knopf.