การรับรู้ของประชาชนที่มีต่อจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊ก และการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขการนำเสนอข่าว

Main Article Content

แก้วกัญญา เสวกสุริยวงศ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณผสมผสานกับการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการรับรู้ของประชาชนที่มีต่อจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊ก  2. เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวโดยใช้มาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศ และ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวโดยใช้มาตรการทางกฎหมายของประเทศไทย ในส่วนการวิจัยเชิงปริมาณผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้รับชมข่าวอาชญากรรมที่มีอายุระหว่าง 18-60 ปี ทั้งชายและหญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเพทมหานคร และเป็นผู้ที่เคยรับชมข่าวสารบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊ก ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) และ
การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิจัยเชิงเอกสารเกี่ยวกับกฎหมายและจริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อมวลชนของประเทศไทย สหราชอณาจักรและสิงค์โปร์
            ผลการวิจัยพบว่าการรับรู้ของประชาชนที่มีต่อจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊กพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้จรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟชบุ๊กโดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยรับรู้จรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมจากเพจอีจันมากที่สุด รองลงมาคือเพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน และน้อยที่สุดคือ เพจ Drama – addict ผลจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กพบว่า จรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมบนเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กโดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยประเด็นจรรยาบรรณในการนำเสนอข่าวมากที่สุดคือประเด็นนำเสนอข่าวที่ชี้นำสังคม
                ในเรื่องกฎหมายและจริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ผู้วิจัยพบว่าประเทศไทยได้ออกร่างกฎหมายเพื่อกำกับสื่อมวลชนไว้ใน “ร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....” โดยได้กำหนดนิยามของสื่อมวลชนในกรอบความหมายที่กว้างมาก และครอบคลุมถึงการสื่อสารไปยังประชาชนในทุกรูปแบบทุกประเภท ในส่วนจรรยาบรรณของสื่อมวลชนนั้นมีร่างไว้แค่ในส่วนของจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ มาตรา 37 (6) การนำเสนอเนื้อหาและข้อมูลข่าวสาร จะต้องเป็นไปตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรมของสังคม ไม่ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับและคำนึงผลประโยชน์สาธารณะเหนือกว่าสิ่งใด เห็นได้ว่าจรรยาบรรณในวิชาชีพสื่อมวลชนยังไม่ชัดเจน ผู้วิจัยจึงเห็นควรเพิ่มประเด็นในเรื่องจรรยาบรรณสื่อมวลชนไว้ในร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....เพื่อให้เกิดแนวทางในการปฏิบัติที่ดีในเรื่องจรรยาบรรณของสื่อมวลชน ซึ่งหมายถึงหลักคุณธรรมของผู้ประกอบอาชีพนักสื่อสารมวลชน มารวมตัวกันเป็นสมาคมวิชาชีพ สร้างขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบ อาชีพนักสื่อสารมวลชนให้มีความรับผิดชอบ ผู้วิจัยเห็นควรเพิ่มบทลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาในหมวดจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อไว้ในร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....เพื่อเป็นกรอบในการทำงานของอาชีพสื่อสารมวลชนต่อไป
               ในส่วนของการศึกษามาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศในเรื่องจรรยาบรรณในของสื่อมวลชนจากสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ ผู้วิจัยเห็นว่าควรกำหนดแนวทางให้ชัดเจนตามสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ที่ยึดหลักการจากสหภาพสื่อมวลชนแห่งสหราชอาณาจักได้กำหนดหลักจรรยาบรรณไว้ชัดเจนโดยเฉพาะข้อ 8 ต่อต้านการคุกคามหรือสิ่งจูงใจอื่นใดที่จะโน้มน้าว บิดเบือนข้อมูล และไม่แสวงหา ผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างไม่เป็นธรรมจากข้อมูลที่ได้รับ และข้อ 9 ไม่ผลิตเนื้อหาที่มีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่ความเกลียดชังหรือการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจาก อายุ เพศ เชื้อชาติ สีผิว ความเชื่อ สถานะทางกฎหมาย ความทุพพลภาพ สถานภาพสมรส หรือ รสนิยมทางเพศของบุคคล ที่ทำให้เห็นว่าสื่อมวลชนไม่ควรนำเสนอข่าวที่ชี้นำสังคมไปในทางที่ผิด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ทิพย์ภาศิริ แก้วเทศ. (2565). การสร้างคอนเทนต์บนภูมิทัศน์สื่อใหม่ในยุคดิจิทัล. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 11(2), 92-93.

เทียนทิพย์ เดียวกี่. (2560). จริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อในการนำเสนอข่าวยุคดิจิทัล. วารสารการสื่อสารและการจัดการ, 2(2), 127-129.

ปณัชญา ลีลายุทธ และบุญเลิศ โอฐสูง. (2560). จริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อมวลชนยุคสื่อดิจิทัล. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์, 13(2), 178-182.

ปริณดา เริงศักดิ์. (2553). ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อความเชื่อถือในข่าวบันเทิงที่นำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 12(1).

พัชนี เชยจรรยา, เมตตา วิวัฒนานุกูล, และถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์. (2534). แนวคิดหลักนิเทศศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรนรี สายโอภาศ. (2560). จริยธรรมและการนำเสนอข่าวโดยการใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ของสำนักข่าว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช และคณะ. (2539). การรายงานข่าวชั้นสูง. ดอกหญ้า.

ภัทราพร เจริญรัตน์. (2564). การสื่อสารประเด็นสังคมของเพจสายดาร์กในเครือข่ายสังคมออนไลน์: ศึกษาเฉพาะกรณี “เพจอีจัน”. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 9(2), 180–189.

ศศิธร ยุวโกศล. (2545). การให้ความหมายข่าวในมุมมองผู้รับสาร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิขเรศ ศิรากานต์. (2562). การปรับตัวและทักษะที่จำเป็นต่อนักข่าวโทรทัศน์ในยุคเทคโนโลยีก่อกวน. วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์, 27(3), 119-132.

อานุรักษ์ เขื่อนแก้ว, และอัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์. (2563). พื้นที่การแสดงออกต่อข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงในเฟซบุ๊กแฟนเพจประเภทข่าว. วารสารศาสตร์, 13(2), 74–129.

Diawkee, T. (2016). Morality and ethics of media for presenting news in digital era. Journal of Communication and Management NIDA, 2(2), 125-143.

Popticles.com. (2024). รวมสถิติและ Insight สำคัญๆ ของคนไทยกับการใช้ Digital และ Social Media 2024. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2568, จาก https://www.popticles.com/insight/thailand-digital-and-social-media-stats-2024

Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (1991). Consumer behavior (4th ed.). Prentice Hall.

Skoler, M. (2009). Why the news media became irrelevant—And how social media can help. Nieman Reports, 63(3), 38-40. http://www.nieman.harvard.edu/assets/pdf/Nieman%20Reports/backissues/Fall2009.pdf