กระบวนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพในการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อพัฒนาทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม
คำสำคัญ:
กระบวนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบ, ผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพ, ทักษะการรับประทานอาหาร, ภาวะพาทัวซินโดรม, การปรับแต่งเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพในการพัฒนาทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม และศึกษาผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพ ต่อการเพิ่มทักษะการสอนของผู้ปกครอง การปรับแต่งเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และการเพิ่มทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเลือกแบบเจาะจง คือ เด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม ผู้ปกครอง (มารดา) และนักสหวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบบันทึกพฤติกรรมการมีส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพ 2) แบบประเมินเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก 3) แบบประเมินทักษะการรับประทานอาหาร 4) แบบสังเกตรายการพฤติกรรมในการสอนของผู้ปกครอง 5) แบบสังเกตรายการพฤติกรรมการรับประทานอาหารสำหรับผู้ปกครองหลังการสอน 6) แผนการสอนสำหรับผู้ปกครอง จำนวน 4 แผน
7) แผนการสอนเฉพาะบุคคล จํานวน 4 แผน ผู้วิจัยดำเนินงานวิจัย 5 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและการพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า กระบวนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพ ในการพัฒนาทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม มีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1) การร่วมคิด ร่วมตัดสินใจของนักสหวิชาชีพ 2) ประสานพลังความคิดของนักสหวิชาชีพร่วมกับผู้ปกครอง 3) การมีส่วนร่วมปฏิบัติและประเมินผลสู่เป้าหมายเดียวกัน 4) การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ สำหรับผลวิจัยเชิงปริมาณ คือ 1) คะแนนพฤติกรรมการสอนของผู้ปกครอง อยู่ในระดับ มากที่สุด 2) ทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม หลังการฝึกสอนจากผู้ปกครอง อยู่ในระดับ
ดีเยี่ยม 3) การปรับแต่งเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก อยู่ในระดับ มากที่สุด จากการวิจัยสรุปได้ว่า กระบวนการมี
ส่วนร่วมรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองกับนักสหวิชาชีพมีผลต่อการรับรู้และเข้าใจของผู้ปกครองในปัญหาของบุตรรวมถึงบทบาทของตนเอง อีกทั้ง การสนับสนุนจากนักสหวิชาชีพเป็นการเสริมพลังอำนาจให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสามารถในการพัฒนาทักษะการรับประทานอาหารของบุตร ผ่านการฝึกร่วมกับการปรับแต่งและการใช้โต๊ะกิจกรรมที่เหมาะสม ซึ่งผู้ปกครองออกแบบร่วมกับนักสหวิชาชีพเป็นแนวทางสำหรับการแก้ปัญหา นอกจากนั้นได้โต๊ะกิจกรรมที่มีความเหมาะสมในการอำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้ทักษะการรับประทานอาหารของเด็กที่มีภาวะพาทัวซินโดรม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Boonyakarn, T. (2016). The development of learning experience management with parental involvement model to enhance the self-help skills of children with cerebral palsy. (Doctoral dissertation). Srinakharinwirot University, Bangkok, Thailand.
Bronfenbrenner, U. (1994). Ecological models of human development. International Encyclopedia of Education, 2(3), 39.
Chonpracha, S. (2014). The development of instruction to strengthen nature self-directed learning of graduate students community development program department of education, Prince of Songkla University. (Master’s thesis). Prince of Songkla University, Songkla, Thailand.
Chumchuen, T. (2018). The effects of using a training package with parental involvement on self-help skill in toilet training of children with moderate intellectual disability. (Master’s thesis). Srinakharinwirot University, Bangkok, Thailand.
Cohen, J. M. & Uphoff, N. T. (1980). Participation's place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213-235.
Education Center. (2018). Summary work of adjusting the home to the classroom, turning parents into teachers academic year 2018. Lampang: Lampang Special Education Center.
Harding, J. V. (2016). Collaboration with parents of students of students with down syndrome: Parental perspectives and leadership implications. (Master’s thesis). Fordham University, New York, United States.
Jarunondrakul, S. & Tongsookdee, R. (2019). Overprotection: Obstacles to the potential development of children with multiple disabilities. Sikkhana, 7(8), 15.
Korsuwan, K. (2010). Intellectual disabilities. Bangkok: Srinakharinwirot University, Lampang Special.
Office of the Education Council. (2017). National education plan 2017-2036. Bangkok: Prigwhan Graphic Company.
Rattanasakorn, S. (n.d.). Manual for teaching students with visual impairment and multiple disability. Bangkok: Special Education Bureau.
Sirindhorn National Medical Rehabilitation Institute. (2019). Clinical practice guidelines: Dysphagia. Nontaburi: Sahamitr Printing & Publishing Company.
Special Education Bureau. (2016). Assessment report adapt home to classroom and change parents to teachers 2016. Bangkok: Special Education Bureau.
Thorndike, E. L. (1923). Education a first book. New York: Macmillan Company.
Udompanich, N. (2014). Occupational therapy: Dysphagia. Khon Kaen: Khon Kaen University.
Vittayakorn, S. (n.d.). Rehabilitation in feeding activities for children with cerebral palsy. Chiang Mai: Chiang Mai University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิทยาลัยราชสุดา เพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสถาบันราชสุดาเพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการ