ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการปฏิเสธการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทย ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดตรัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มา: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการปฏิเสธการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากปัญหาการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจทางเซลล์วิทยาปากมดลูกแบบ conventional Pap-smear ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2562 ที่ไม่ครอบคลุมอย่างน้อยละ 80 ของสตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
แบบวิจัย: การศึกษาวิจัยแบบ case-control study
วัสดุและวิธีการ: การศึกษานี้ได้ทำในหญิงไทยอายุ 30-60 ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาท่ามใต้ ที่มีโรงพยาบาลแม่ข่าย คือ โรงพยาบาลตรัง ประเทศไทย จากรายชื่อหญิงไทยอายุ 30-60 ปีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ในปีงบประมาณ 2564 จำนวนทั้งหมด 604 คน นำมาเข้าสูตรคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยสูตร Schlesselman (1982) สำหรับกรณีไม่มีการปรับค่า (correction factor) โดยกลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็นกลุ่มเคยและไม่เคยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวนกลุ่มละ 73 คน หลังจากที่ได้เซ็นหนังสือยินยอมการเข้าร่วมโครงการวิจัย จะต้องตอบคำถามในแบบสอบถามด้วยตนเอง หรือ ผ่านผู้ช่วยวิจัยหากจำเป็น ซึ่งจะมีข้อคำถามแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. ปัจจัยส่วนบุคคล 2. ปัจจัยนำ 3.ปัจจัยเสริม และ 4. ปัจจัยเอื้อ ทั้งนี้การเคยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หมายถึง การเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา
ผลการศึกษา: จากหญิงทั้งหมด 146 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มที่เคยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวน 73 คน และ กลุ่มที่ไม่เคยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 73 คน โดยอายุ 30-40 ปี และ เจตคติที่ต่ำสัมพันธ์กับการไม่เคยเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: อายุและเจตคติ เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการปฏิเสธการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยอายุ 30-60 ปี จึงควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยที่มีอายุ 30-40 ปี หรือ มีเจตคติที่ต่ำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
คำสำคัญ: ปัจจัย การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Cervical cancer [Internet]. WHO; 2021. [cited 2021 Jul 27]. Available from: https://www.who.int/health-topics/cervical-cancer
กระทรวงสาธารณสุข. กลุ่มข้อมูลข่าวสารสุขภาพ. หนังสือสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 28 กรกฎาคม 2564]. Available from: https://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/statistic62.pdf
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. กลุ่มงานดิจิทัลการแพทย์. หน่วยงานทะเบียนมะเร็ง. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2562 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: นิวธรรมดาการพิมพ์ (ประเทศไทย); 2563 [เข้าถึงเมื่อ 28 กรกฎาคม 2564]. Available from: https://www.nci.go.th/th/File_download/Nci%20Cancer%20Registry/Hospital-Based%202019%20NCI.pdf
World Health Organization. Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer [Internet]. WHO; 2021. [cited 2021 Jul 27]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus-(hpv)-and-cervical-cancer
American Cancer Society. The American Cancer Society medical and editorial content team. Cervical Cancer Early Detection, Diagnosis, and Staging [Internet]. 2020 [cited 2021 Jul 27]. Available from: https://www.cancer.org/content/dam/CRC/PDF/Public/8601.00.pdf
คเณศพร เตชะเสาวภาคย์, จันทรา คงลำพันธุ์. ปัจจัยที่มีผลต่อการมาตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรีมุสลิมเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร. วารสารเกื้อการุณย์. 2559;23:232-47.
พรพิมล โสฬสกุลางกูร, รัตน์ศิริ ทาโต. ปัจจัยทำนายการมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของแม่บ้านตำรวจในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลตำรวจ. 2562;11:407-20.
Chaowawanit W, Tangjitgamol S, Kantathavorn N, Phoolcharoen N, Kittisiam T, Khunnarong J, et al. Knowledge, Attitudes and Behavior of Bangkok Metropolitan Women Regarding Cervical Cancer Screening. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention [internet]. 2016 [cited 2021 August 28]; 17:945-952. Available from: http://journal.waocp.org/article_32181_abe1e470fe429318862b1398c868c064.pdf
Budkaew J, Chumworathayi B. Factors Associated with Decisions to Attend Cervical Cancer Screening among Women Aged 30-60 Years in Chatapadung Contracting Medical Unit, Thailand. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention [internet]. 2014 [cited 2021 August 28]; 15:4902-4907. Available from:
ชาญวิทย์ ตั้งสุวรรณกุล. ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior : TPB) [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 9 มกราคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.gotoknow.org/posts/470622
Visanuyothin S, Chompikul J, Mongkolchati A. Determinants of cervical cancer screening adherence in urban areas of Nakhon Ratchasima Province, Thailand. Journal of Infection and Public Health. 2015; 8:543-52.
ปิยปราชญ์ รุ่งเรือง, รุจิรา ดวงสงค์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีอายุ 30-60 ปีในตำบลหนึ่งของอำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2561;21:48-55.