แนวทางการกระจายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนท้องถิ่น ด้วยกระบวนการ PPP ( Public-Private Partnerships)
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอแนวทางการกระจายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนท้องถิ่นโดยเน้นการสร้างความร่วมมือในลักษณะของหุ้นส่วน หรือเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ผ่านกระบวนการ Public-Private Partnerships (PPP) ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในบทบาทของ "หุ้นส่วนที่เท่าเทียม" ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การทำงานร่วมกันในรูปแบบนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างทั้งสามภาคส่วนมีลักษณะของการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยผู้ประกอบการท้องถิ่นทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาสินค้าบนฐานทุนวัฒนธรรม ภาครัฐทำหน้าที่กำหนดนโยบาย สนับสนุนทรัพยากรและเปิดช่องทางตลาด ขณะที่ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการจัดการระบบการกระจายสินค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ในตลาดกว้าง แนวคิดการทำงานแบบหุ้นส่วนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในมิติของการแบ่งหน้าที่ แต่ยังเป็นการสร้างประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefits) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในภาพรวม ผู้เขียนมองว่าแนวทาง PPP เป็นกลไกสำคัญในการกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้สอดรับกับพลวัตของเศรษฐกิจยุคใหม่ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
คำสำคัญ: ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนท้องถิ่น, การกระจายผลิตภัณฑ์, ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พัฒนพงษ์ ธงหาร. (2565). การประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
กรณีศึกษา : ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ. 4(2), 334-346.
วิชุลดา มาตันบุญ. (2565). ปัญหาและความต้องการของกลุ่ม OTOP ในจังหวัดเชียงราย. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม. 7(3), 240-257.
วรเดช จันทรศร. (2562). รัฐประศาสนศาสตร์: ศาสตร์และศิลป์ของการบริหารราชการแผ่นดิน. มูลนิธิตากสินเพื่อพัฒนาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่1. จันทบุรี.
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า. (2567). แนวทางการส่งเสริมสินค้โอทอป(OTOP). กระทรวงพาณิชย์. https://uploads.tpso.go.th/