ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการนำโปรแกรมระบบงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (COJ e-Budgeting) มาใช้ในศาลยุติธรรม: กรณีศึกษาสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 6 และสำนักอำนวยการ/สำนักงานประจำศาลในสังกัด

Main Article Content

วันทนา ศรีอาวุธ
กัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์
ภาสกร ดอกจันทร์

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิผลของการใช้โปรแกรมระบบงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (COJ e-Budgeting) ในสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 6 และสำนักอำนวยการ/สำนักงานประจำศาลในสังกัด 2) วิเคราะห์ปัจจัยด้านบุคลากร เทคโนโลยี องค์กร และกระบวนการ ที่มีผลต่อประสิทธิผลการนำโปรแกรมมาใช้ และ 3) เสนอแนะแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงระบบ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากบุคลากรจำนวน 120 คน ด้วยแบบสอบถามมาตรวัดแบบลิเคิร์ท 5 ระดับ และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ


        ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิผลการนำโปรแกรมมาใช้โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.29) โดยด้านความถูกต้องของข้อมูลมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยทั้ง 4 ด้านร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลได้ร้อยละ 74.8 (R² = .748, F = 85.347, p < .001) โดยปัจจัยด้านองค์กร  มีอิทธิพลเชิงบวกสูงสุด (β = .413) ตามด้วยด้านกระบวนการ (β = .260) และด้านบุคลากร (β = .194) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนปัจจัยด้านเทคโนโลยีไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในบริบทการใช้งานแบบบังคับ ข้อเสนอแนะสำคัญคือการบูรณาการข้อมูลแบบไร้รอยต่อและการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากร

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีอาวุธ ว., วงษ์วัฒนพงษ์ ก., & ดอกจันทร์ ภ. (2026). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการนำโปรแกรมระบบงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ (COJ e-Budgeting) มาใช้ในศาลยุติธรรม: กรณีศึกษาสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 6 และสำนักอำนวยการ/สำนักงานประจำศาลในสังกัด. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 9(1), 211–218. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JPR/article/view/298978
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชาญยุทธ ตั้งดำรงธรรม. (2567). การยอมรับการใช้งานระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ของกลุ่มข้าราชการ พนักงานราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย. สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาการเงิน, กลุ่มวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล.

ณัฐธยาน์ สิทธิ์วรนนท์. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของบุคลากรในสำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง. การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

บุญซื่อ เพชรไทย, กนกวรรณ ศรมณี, ญานิศา ยอดสิน และโชติ บดีรัฐ. (2565). ระบบสารสนเทศเพื่อการ จัดการภาครัฐแนวใหม่. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(3), 359-372.

วรวงศ์ อัจฉราวงศ์ชัย. (2567). Digilaw กฎหมายและเทคโนโลยีดิจิทัล : เทคโนโลยี และนวัตกรรมของศาลยุติธรรมในศตวรรษแห่งอินเทอร์เน็ต. ดุลพาห, 1, 195 - 207.

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2567). แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2570 . เข้าถึงได้จาก https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/dg-plan-2566-2570

สำนักงานศาลยุติธรรม. (2564). แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 - 2568. เข้าถึงได้จาก https://oppb.coj.go.th/th/content/category/detail/id/8/cid/12363/iid/264689

DeLone, W. H. (2003). The DeLone and McLean model of information systems success: A ten-year update. Journal of Management Information Systems, 19(4), 9-30.

Venkatesh, V. M. (2003). User acceptance of information technology: Toward a unified view. MIS Quarterly, 27(3), 425-478.