การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการส่งเสริมการปกครององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
1. สภาพทั่วไปเกี่ยวกับการนำหลักทศพิธราชธรรมใช้ในการส่งเสริมการปกครององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พบว่า ความคาดหวังของประชาชนที่มีผลต่อการบริหารยึดหลักธรรมาภิบาล มีความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ รับผิดชอบต่อสาธารณะ ลดปัญหาการทุจริต การเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และระบบอุปถัมภ์เกิดเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ในการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมอย่างไม่เลือกปฏิบัติ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะยก ระดับคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร ด้านการค้าชายแดน ด้านการกีฬา และด้านส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มการกระจายรายได้
2. การนำหลักทศพิธราชธรรมมาเป็นกรอบจริยธรรมในการปกครององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ช่วยกำกับการใช้อำนาจของผู้นำและผู้บริหารให้อยู่บนความซื่อสัตย์ เสียสละ ยุติธรรม และยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้การบริหารมีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ การบูรณาการหลักทศพิธราชธรรม เป็นการส่งเสริมนโยบาย โครงสร้าง กลไกตรวจสอบ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง เสริมสร้างความเชื่อมั่น และนำไปสู่การปกครองท้องถิ่นที่โปร่งใส มีส่วนร่วม และยั่งยืน
3. องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัยในการบูรณาการหลักทศพิธราชธรรมเพื่อการส่งเสริม การปกครององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา คือ “SONGKHLA Model” เป็นกรอบแนวคิดการบริหารที่ผสมผสานหลักทศพิธราชธรรมเข้ากับหลักธรรมาภิบาลสมัยใหม่ เพื่อสร้างการปกครองที่มีความชอบธรรม โปร่งใส และยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 8 ด้าน ได้แก่ 1) Sustainable ความยั่งยืน 2) Open เปิดกว้าง 3) Noble คุณธรรมสูงส่ง 4) Governance ธรรมาภิบาล 5) Knowledge (ความรู้) 6) Harmony ความกลมเกลียว 7) Loyalty ความจงรักภักดี 8) Area Space พื้นที่และสภาพแวดล้อม
คำสำคัญ: การบูรณาการ, ทศพิธราชธรรม, การส่งเสริม, องค์การบริหา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
โกวิทย์ พวงงาม. (2560). การปกครองท้องถิ่นไทย: หลักการและมิติใหม่ในอนาคต . กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
ชณิษฏา ชูสุข และคณะ. (2562). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการทำให้จังหวัดสงขลาเป็นเมืองน่าอยู่. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ทองเปลือง อภัยวงศ์. (2563). การใช้หลักทศพิธราชธรรมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในการบริหาร. วารสารพุทธปรัชญาวัฒน์, 106.
ธเนศวร์ เจริญเมือง. (2544). 100 ปีการปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพมหานคร: พี.เพรส.
พรธิดา วิเศษศิลปานนท์ และคณะ. (2556). โครงการติดตามการเข้าถึงสิทธิของคนพิการและการ. กรุงเทพมหานคร: กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ.
พระครูสุมนธรรมนาถ (เติมใจ จันดาหาร). (2568). การศึกษาแนวคิดทศพิธราชธรรมกับการพัฒนาภาวะผู้นำในสังคมปัจจุบัน. วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์(ออนไลน์), 27.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2540). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2560). ทศพิธราชธรรม. กรุงเทพฯ: พิมพ์ธรรม.
สุวัฒน์ วรดิลก. (2558). ธรรมาภิบาลกับการบริหารท้องถิ่นไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
เสถียรพงษ์ วรรณปก. (2543). หลักทศพิธราชธรรมกับการปกครอง. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
อนิวัฒน์ แก้วจำนง และธีรดา กาลสง. (2563). ประสิทธิผลของการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงานบุคคล: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา. มหาวิทยาลัยทักษิณ.
อัญธิษฐา อักษรศรี และวันชัย แสงสุวรรณ. (2564). หลักนิติธรรมกับการปกครองโดยทศพิธราชธรรม. . วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 33.