แนวทางการประยุกต์ใช้หลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัยในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดกระบวนการหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2) ประเมินหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ 3) เสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี ประชากรในการวิจัย ได้แก่ ผู้ปกครองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 50 คน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับปฏิบัติและระดับบริหาร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 9 คน สุ่มตัวอย่างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทดสอบค่าทีชนิด 2 กลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1. การจัดกระบวนการหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำ 5 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 แนะนำตัวผ่านภาพ กิจกรรมที่ 2 เส้นชีวิต กิจกรรมที่ 3 เลือกข้าง กิจกรรมที่ 4 เราทำแบบนี้กับลูกบ่อยไหม และกิจกรรมที่ 5 ฝึกฟังอย่างตั้งใจ มาดำเนินการ 2. การประเมินหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า (1) ผู้เข้าร่วมโครงการหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัยในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พัฒนาศักยภาพการสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัวของผู้เข้าร่วมการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05) (2) ผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคะแนนผลการทดสอบสูงกว่าก่อนเข้าร่วมการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (P<.05) 3. แนวทางการประยุกต์ใช้หลักสูตรผู้ใหญ่เปิดใจลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประโยชน์สามารถทำให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้รับความรู้และสามารถนำไปปฏิบัติต่อได้จริงในเรื่องการสื่อสารเรื่องเพศในครอบครัว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2560) หลักสูตรและคู่มือครอบครัว. กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์.
ณัฐกานต์ อมาตยกุล. (2548). ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนนักศึกษาหญิงมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชียงใหม่.
แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ. (2553) .มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
วรรณวรางค์ ทะนงสุทธิ์. (2564) .สุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา พระนครศรีอยุธยา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562) .รายงานประจำปี 2562. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. (2565) .กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ. เมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.
อรไท พิพิธพัฒน์ ไพสิฐ, จินตนา แสงจันทร์ และคณะ. (2551). การสื่อสารเรื่องเพศศึกษาในเยาวชน. ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน.
อุดมพร ยิ่งไพบูลย์สุข และเปรมวดี คฤหเดช. (2554). เพศวิถีของนักศึกษาในเขตรัตนโกสินทร์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
Davis-Kean, P. E., & Sexton, H. R. (2009). Race differences in parental influences on child achievement: Multiple pathways to success. Merrill-Palmer Quarterly, 55(3), 285–318
Mackenzie, S. (2002). Organized Crime & Common Transit Networks. Trends & Issues in Crime and Criminal Justice No. 233 (Canberra: Australian Institute of Criminology).
Miles, M.B. and Huberman, A. M. 1984. Qualitative Data Analysis: A Sourcebook of New Methord, London: Sage Publications.
Kirby, D. (2001) Emerging answers: Research findings on programs to reduce teen pregnancy. National Campaign to Prevent Teen Pregnancy, Washington, DC.