พุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในปาฏิกสูตร

Main Article Content

พระปลัดณัฐยุทธ์ ชัยวงศ์
พระมหาอดิเดช สติวโร
สุเทพ พรมเลิศ
พระมหาดำรงค์ ปชฺโชตชโย

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ๒)  เพื่อศึกษาพุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในปาฏิกสูตร  ๓) บูรณาการพุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาอย่างสันติสุขในสังคมปัจจุบัน  ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ  โดยทำการวิจัยด้านเอกสาร ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัยจาก คัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา รวมถึงหนังสือ บทความ ดุษฎีนิพนธ์ งานวิจัย และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง และภาคสนามโดยทำการสัมภาษณ์กลุ่มนักศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ


ผลการวิจัยพบว่า สภาพการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในพระไตรปิฎก สังคมพุทธกาลได้รับอิทธิพลทางอารยธรรมจากอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ  แบ่งออกเป็น ๑๖ แคว้น  สถาบันศาสนาเป็นที่มาของความเชื่อ ความศรัทธา พฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม เป็นสถาบันสำคัญที่ก่อให้เกิดขนบธรรมเนียมประเพณีและแนวทางดำเนินชีวิตของสังคม  สภาพสังคมชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล นับว่ามีความหลายหลายมาก เพราะประกอบด้วยลัทธิต่าง ๆ มากมาย   โดยมีศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาฮินดูเป็นศาสนาที่ทรงอิทธิพลสูงสุด  


[1]         นอกจากนั้นยังพบว่า พุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในปาฏิกสูตร พุทธวิธีที่พระองค์ทรงใช้ในการวางท่าทีกับบุคคลต่างศาสนามีด้วยกัน ๓ วิธีคือ ๑) สามัคคีธรรม (สมานฉันท์) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงไม่เคยรังเกียจนักบวชนอกศาสนาเลยแต่ทรงแวะเวียนไปเยี่ยมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเสมอ เพราะทรงตระหนักดีว่า ในสังคมชมพูทวีปมีอีกหลากหลายลัทธิมากที่ยังดำรงอยู่  ความมีใจกว้างต่อผู้นับถือศาสนาอื่นนี้ เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้พระพุทธศาสนาได้รับการยกย่องจากผู้นับถือศาสนาอื่น ๒) สันติธรรม (ประนีประนอม )พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นท่ามกลางความเชื่อที่หลากหลายในสังคม เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และประกาศคำสอนทรงเปลี่ยนแปลงและดัดแปลงพร้อมทั้งเสนอวิถีทางเลือกใหม่ให้กับคนในสังคมในสมัยนั้นโดยมีคำสอนที่มีลักษณะเฉพาะ  เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน” และสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ “การสร้างกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน” ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้  ๓)เคารพในสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ตลอดพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าพระองค์ไม่เคยบังคับใครให้มาเป็นสาวกของพระองค์ ทรงให้เสรีภาพทางปัญญา และไม่บีบให้ใครมา นับถือพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการรับบุคคลเข้าเป็นนักบวชและพุทธศาสนิกชน หรือแม้กระทั่งบุคคลใดจะเลิกนับถือพระพุทธศาสนา นั้นเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคล ที่มิได้มี ข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ใด ๆและพบว่า  พุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาอย่างสันติสุขในสังคมปัจจุบัน ต้องประกอบด้วยวิธี ๗ ประการนี้ คือ ๑) การยอมรับแนวคิดของศาสนาและลัทธิอื่น   ๒) การให้เสรีภาพในการเลือกหรือไม่เลือกนับถือศาสนา ๓) การแสดงความเคารพด้วยไมตรีจิตในการปฏิสันถาร ๔) เจรจากับนักบวชนอกศาสนาด้วยคำสัตย์ ๕) การมีปฏิสัมพันธ์กรณีเกิดความขัดแย้งทางความเชื่อ ๖) แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง  ๗) ท่าทีในการโต้ตอบและใช้วิธีการให้เหมาะสมกับผู้ฟัง   เหล่านี้จะทำให้สังคมเกิดความสงบสุข

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยวงศ์ พ. ., สติวโร พ. ., พรมเลิศ ส. ., & ปชฺโชตชโย พ. . (2024). พุทธวิธีการอยู่ร่วมกันของคนนับถือต่างศาสนาที่ปรากฏในปาฏิกสูตร. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 7(1), หน้า 15 – 32. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JPR/article/view/271175
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นิรันดร์ พันทรกิจ, “การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา”. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี. ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – มิถุนายน, ๒๕๕๙) : ๑-๓๑.

พระเทพรัตนสุธี (สมศักดิ์ โชตินฺธโร). “กลยุทธ์การปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑”. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗.

พระนิพ์พิชน์ โสภโณ, “พุทธวิธีในการปฏิบัติต่อบุคคลต่างศาสนา”, วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒, (กรกฏาคม - ธันวาคม ๒๕๕๘).

พระมหานพดล ปุญฺญสุวฑฺฒโก ดร., “การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมพหุวัฒนธรรม: กรณีศึกษาชุมชนเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร “บทความวิจัยทุนสนับสนุนสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,๒๕๖๐,หน้า ๑-๒๓

พระมหาสุทิตย์ อาภากโร. “การอยู่ร่วมกันของประชาคมอาเซียน : แนวคิดและวิถีปฏิบัติตามแนวศาสนา”. รายงานวิจัย. พระนครศรีอยุธยา : สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗.

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส, พุทธสันติวิธี: การบูรณาการหลักการและเครื่องมือจัดการความขัดแย้ง, (กรุงเทพมหานคร: บริษัท ๒๑ เซ็นจูรี่ จำกัด, ๒๕๕๔).

พระราชวัลภาจารย์ อาจารคุโณ, “ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับนักบวชนอกศาสนา”วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๐๒๐), หน้า ๒๙-๓๓.

พระราชวัลภาจารย์ อาจารคุโณ, “ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับนักบวชนอกศาสนา”วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๐๒๐), หน้า ๒๙-๓๓.

พระราชวัลภาจารย์, “ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับนักบวชนอกศาสนา”, วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม - เมษายน ๒๕๖๓) : หน้า ๒๙.

สมิทธิพล เนตรนิมิต, มิติสังคมในพระสุตตันตปิฎก, (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ชีวาภิวัฒน์, ๒๕๕๐), หน้า ๒๓.