แนวทางการพัฒนาบริการสาธารณะภายใต้แนวคิดหลักธรรมาภิบาล กรณีศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล 3) ศึกษาหลักธรรมาภิบาลที่มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลกับการพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาบริการสาธารณะภายใต้แนวคิดหลักธรรมาภิบาล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอโพธาราม จำนวน 246 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวนทางเดียว การถดถอยเชิงพหุ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า 1) การพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2) บุคลากรที่มีเพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แตกต่างกัน 3) หลักธรรมาภิบาล ด้านหลักคุณธรรม ด้านหลักความโปร่งใส ด้านหลักการมีส่วนร่วมมีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลกับการพัฒนาบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และด้านหลักนิติธรรม มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4) แนวทางพัฒนาบริการสาธารณะภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ การศึกษา และส่งเสริมความปลอดภัยพร้อมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมควบคู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อความยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น. (2564). ความเชื่อมโยงมาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับยุทธศาสตร์กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และแผนในระดับต่าง ๆ. เอกสารประกอบการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นสู่การปฏิบัติ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบริการสาธารณะตามมาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายในปี 2565. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น.
โกเสก กุดตุ้ม, สามารถ อัยกร และ ชาติชัย อุดมกิจมงคล. (2563). อิทธิพลของการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลต่อประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตอำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร. วารสารบัณฑิตศึกษา, 17(78), 159-168.
จิดาภา เร่งมีศรีสุข, นันทยา คงประพันธ์, ชนิดาภา กระแจะจันทร์, สมพงษ์ เกศานุช และนิสาชล ตรีไพบูลย. (2564). นวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในทศวรรษหน้า. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(12), 591-606.
ไพโรจน์ เชิดฉิ่ง. (2560). การบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. ใน (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด.
รสคนธ์ รัตนเสริมพงศ์. (2561). การบริหารส่วนท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2558). กฎเหล็กสำหรับการบริหารจัดการที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วุฒิสาร ตันไชย. (2560). บทบาทของรัฐในการจัดบริหารสาธารณะในระดับจังหวัดและอำเภอ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศรัณย์ เจริญศิริ, สรัญญา เจริญศิริ และ ปภาวี พันธพนม. (2567). นวัตกรรมในการจัดการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณี โครงการการแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติไร้สถานะทางทะเบียนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 12(1), 193-226.
สุชัมบดี ขาวขำ, ธนกฤต ทุริสุทธิ์ และกฤตติกา แสนโภชน์. (2567). รูปแบบความร่วมมือเชิงบูรณาการในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(6), 61-72.
สุพจน์ บุญวิเศษ. (2563). การสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการสาธารณะของเทศบาลเมืองในเขตพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี. ชลบุรี: คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.). (2566). โครงการประกวดนวัตกรรม “ท้องถิ่นดิจิทัล” ประจำปี 2566. เรียกใช้เมื่อ 14 เมษายน 2568 จาก https://www.dga.or.th/our-services/dgti/dgti_awards/
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley and Son.