รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดนนทบุรี

Main Article Content

พัทยา เล็กปราง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดนนทบุรี 2) สร้างรูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลง และ 3) ประเมินรูปแบบดังกล่าว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 443 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนในจังหวัดนนทบุรี ด้วยแบบสอบถาม มาวิเคราะห์ด้วยสถิติ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คน เพื่อประเมินและตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบ โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และการประเมินรูปแบบใช้เกณฑ์ด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์


ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจ การสร้างทีม การสร้างเป้าหมายระยะสั้น การสื่อสาร การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การสร้างความตระหนัก และการคงอยู่ของวัฒนธรรมใหม่ 2) รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่สร้างขึ้นประกอบด้วย 7 ด้าน คือ การสร้างแรงจูงใจ การสร้างทีม การสร้างเป้าหมายระยะสั้น การสื่อสาร การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การสร้างความตระหนัก และการคงอยู่ของวัฒนธรรมใหม่ และ 3) ผลการประเมินรูปแบบในด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน แสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่สร้างขึ้นมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เล็กปราง พ. (2025). รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดนนทบุรี. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 8(3), 87–101. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JPR/article/view/292907
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กรรณิการ์ เรดมอนด์. (2559). ตัวบ่งชีทักษะภาวะผู้นําในศตวรรษที่ 21 สำหรับผู้บริหาร สถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

กาญจนา ธีระกุล . (2556) . การบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนประ ถมศึกษา ของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.

กิติพงษ์ รัดอัน. (2555). สภาพและปัญหาการบริหารการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดหนองบัวลำภู. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี.

จิติมา วรรณศรี. (25ุ64). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณ.

จิระประภาโมจิดะ และทวีวัฒน์ ปิตยานนท์. (2556). รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผลในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการมหาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 3(12)

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. คือความภาคภูมิใจ. รวมบทความวิชาการในวาระครบรอบ 60 ปี ศาสตราจารย์ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สร้างสรรค์, 2

ชนกนารถ ชื่นเชย. (2550). รูปแบบการจัดการศึกษาต่อเนื่องในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน.(ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ชัยเสฎฐ์ พรหมศรี. (2551). คู่มือองค์กรแห่งความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ : ปัญญาชน.

โชติกา ระโส. (2555). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการอุดมศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ.(2563). การพัฒนารูปแบบการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเลิศของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.