แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลตามหลักพหูสูต 5 กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายการจัดการศึกษา ท่าขนุน-สหกรณ์นิคม จังหวัดกาญจนบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลของกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายการจัดการศึกษา ท่าขนุน–สหกรณ์นิคม จังหวัดกาญจนบุรี 2) เพื่อศึกษาวิธีการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลตามหลักพหูสูต 5 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลตามหลักพหูสูต 5 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 153 คน ทำการวิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 7 รูป/คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลของโรงเรียนเครือข่ายอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการสื่อสารดิจิทัล รองลงมาคือ ด้านการเข้าถึงดิจิทัล ด้านการคิดวิเคราะห์สื่อดิจิทัล ด้านการสร้างสื่อดิจิทัล และด้านการใช้งานสื่อดิจิทัล ตามลำดับ 2) วิธีการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลตามหลักพหูสูต ได้แก่ ด้านการสร้างสื่อดิจิทัล เน้นออกแบบตามบริบท ครูเป็นนวัตกรบูรณาการความรู้ ด้านการใช้งานสื่อดิจิทัล เน้น Active Learning ผ่าน LMS ภายใต้คำแนะนำครู ด้านการเข้าถึงสื่อดิจิทัล ร่วมมือจัดสรรอุปกรณ์ลดความเหลื่อมล้ำมอบโอกาสที่เท่าเทียม ด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ใช้แพลตฟอร์มสื่อสาร สร้างชุมชนเรียนรู้ (PLC) และเร่งพัฒนาศักยภาพครู ด้านการคิดวิเคราะห์สื่อดิจิทัล สร้างวิจารณญาณคัดกรองข้อมูล ใช้ Big Data วิเคราะห์ผลรอบด้าน 3) แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัลตามหลักพหูสูต 5 ได้แก่ ด้านการสร้างสื่อดิจิทัล รวบรวมข้อมูลรอบด้าน สรุปประเด็นให้จำง่าย เน้นโต้ตอบ กระตุ้นการคิดลึกซึ้ง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ผลงานจริง ด้านการใช้งานสื่อดิจิทัล ใช้ปัญญาเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูล ถ่ายทอดเพื่อทบทวน ไตร่ตรองสาระสำคัญ และวิเคราะห์เชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงอย่างถูกต้อง ด้านการเข้าถึงสื่อดิจิทัล เปิดรับข้อมูลหลากหลาย จดจำประเด็นแม่นยำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พิจารณาจนแตกฉาน และแยกแยะข้อเท็จจริงสรุปเป็นแนวคิดตนเอง ด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล มีสติคัดกรองข้อมูลก่อนแชร์ สื่อสารด้วยภาษาสุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดด้วยความเข้าใจ ด้านการคิดวิเคราะห์สื่อดิจิทัล เปิดรับและตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน แลกเปลี่ยนเพื่อทบทวน ไตร่ตรองหาความน่าเชื่อถือ และวิเคราะห์เจตนาให้เข้าใจลึกซึ้งก่อนเชื่อถือ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). แผนยุทธศาสตร์การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2565. กรุงเทพมหานคร: สำนักนโยบายและแผนการศึกษา.
กฤตย์ษุพัช สารนอก และคณะ. (2562). องค์ประกอบและสถาปัตยกรรมระบบของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนการสอน ด้วยการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์, 6(2), 97-98.
ฐิตินันท์ ปัญจพงษ์ และคณะ. (2568). รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. Journal of Liberal Arts, 16(2), 2.
ประทุม สัจจินานนท์. (2564). การบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาในพื้นที่พิเศษ: กรณีศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 45(2), 45-58.
พระครูปลัดประภัสพันธ์ ปนาโท และคณะ. (2563). การศึกษาการพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียนตามหลักพหูสูต 5 ในโรงเรียนมัธยมศึกษาอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี, วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 10(3), 77.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร: เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์.
วชิระ บุญสาร. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรดิจิทัลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วรกฤต เถื่อนช้าง. (2561). การพัฒนาคุณธรรมและพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้วยขบวนการสื่อสร้างสรรค์เชิงพุทธ. รายงานวิจัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์.
ศรีสุดา ด้วงโต้ด และวัชรี แซงบุญเรือง. (2567). ผลการศึกษาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ในช่วงแพร่ระบาดและช่วงหลังโควิด-19 สำหรับครู. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิศวกรรมศึกษา, 15(3), 53-54.
ศิริญาภา ทองมะหา และคณะ. (2562). แนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลัก พหูสูต 5 ของโรงเรียนในเครือข่ายที่ 49 สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ ปริทรรศน์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 6(1), 28-29.
สาวิตรี ผิวงาม และคณะ. (2566). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ในการจัดการการเรียนรู้ดิจิทัล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(3), 214-215.
Ismail, I. L., et al. (2025). Leveraging Learning Analytics to Assess Micro-Credential Effectiveness in Probability Education. International Journal of Research Publications, 9(3), 2097–2104.