การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4 โรงเรียนทุ่งสง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4 2) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4 และ 3) เพื่อนำเสนอและประเมินแนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4 โรงเรียนทุ่งสง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 1) การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน เพื่อศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษา และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 5 รูป/คน เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์แบบอุปนัย และ 2) การสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ 7 รูป/คน เพื่อนำเสนอและประเมินแนวทาง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์แบบอุปนัย
ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมองค์ประกอบการบริหารห้องเรียนพิเศษด้านกีฬา 4 ด้าน ได้แก่ หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การนิเทศการศึกษา และการวัดผลและประเมินผล โดยมีการบูรณาการหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับรายวิชาเฉพาะทางกีฬา มีการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง ใช้กระบวนการนิเทศเพื่อพัฒนาผ่าน PLC และการสังเกตการสอนจริง รวมถึงการประเมินผลหลายมิติ ทั้งด้านวิชาการ สมรรถภาพ ทักษะกีฬา และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ควบคู่กับปัจจัยส่งเสริมความเป็นเลิศด้านนักกีฬา ผู้สอนหรือผู้ฝึกสอน วิทยาศาสตร์การกีฬา และการจัดการบริหารกีฬา 2) การศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4 ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 เป็นการดำเนินงานเชิงระบบที่ครอบคลุมด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การนิเทศ และการวัดผลและประเมินผล โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การจัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นสำคัญ การนิเทศเพื่อพัฒนา และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ ทั้งนี้ หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ทำหน้าที่เป็นกลไกกำกับคุณภาพ ส่งเสริมแรงจูงใจ ความมุ่งมั่น ความต่อเนื่อง และการปรับปรุงพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 3) การนำเสนอและประเมินแนวทางการบริหารสถานศึกษาผลการประเมินแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า แนวทางดังกล่าวมีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้จริงในการบริหารห้องเรียนความสามารถพิเศษด้านกีฬา สามารถใช้เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านกีฬาและด้านวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กบินทร์ เตชวงศ์ และคณะ. (2561) แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย. วารสารคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 1(3), 1-25.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ธนบัตร พูนโสภิณ. (2564). รูปแบบการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศทางการกีฬาของโรงเรียนกีฬาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นุชนภา ศิริรัตน์ และวรชัย วิภูอุปรโคตร. (2563). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่ม เครือข่ายสถานศึกษาเขาสมิง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 26(1), 22–28.
บัณฑิต ประสิทธิ์นอก. (2562). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม (ฉบับปรับปรุงและขยายความ). กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระอภินันท์ กนฺตสีโล (สิงมาดา). (2563). การบริหารสถานศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อำเภอนาดูน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุตือเราะห์ อุมา. (2567). รูปแบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
สุประวีณ์ ทิพย์โพธิ์. (2563). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
Bailey, R., Collins, D., Ford, P., MacNamara, Á., Toms, M. and Pearce, G. (2010). Participant development in sport: An academic review. Sports Coach UK.
Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education. 3rd ed. University of Chicago Press.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. MIT Press.