รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสำนักศาสนศึกษาจังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสำนักศาสนศึกษาจังหวัดปทุมธานี เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีพหุระยะ มีขั้นตอนวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจำเป็นการบริหารเชิงกลยุทธ์ของสำนักศาสนศึกษา ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบโดยสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญเพื่อนำผลไปสนทนากลุ่ม และวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบกับสำนักศาสนศึกษา และประเมินรูปแบบ โดยมีผู้บริหาร คณะกรรมการบริหารสำนักศาสนศึกษา ครูสอนพระปริยัติธรรม เป็นผู้ประเมินความคิดเห็นที่มีต่อรูปแบบ และใช้สถิติวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบฯ โดยมีผู้บริหาร เจ้าสำนักศาสนศึกษา หรืออาจารย์ใหญ่ จำนวน 10 รูป ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ คือ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของสำนักศาสนศึกษาจังหวัดปทุมธานี เป็นการบูรณาการหลักสัปปุริสธรรม 7 เข้ากับกระบวนการจัดการสมัยใหม่ผ่าน 6 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย องค์ประกอบที่ 1 หลักการ องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ องค์ประกอบที่ 3 ระบบและกลไกการจัดการ องค์ประกอบที่ 4 วิธีการดำเนินงาน องค์ประกอบที่ 5 แนวทางการประเมิน และองค์ประกอบที่ 6 เงื่อนไขความสำเร็จ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การดำเนินงานผ่าน 5 โครงการให้มีความครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติ การควบคุม และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ในการบริหารที่มุ่งเน้นการรู้และเข้าใจเหตุ ผล ตน ประมาณ กาล ชุมชน และบุคคล เพื่อปิดช่องว่างระหว่างสภาวะปัจจุบันและความต้องการจำเป็นที่เป็นผลลัพธ์ที่คาดหวังคือระบบการบริหารที่มีกลไกชัดเจน มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสามารถแก้ไขปัญหาหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขความสำเร็จที่เกิดจากการสนับสนุนของบุคลากรและนโยบายที่ต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการศึกษาพระปริยัติธรรมสู่มาตรฐานสากลและธำรงไว้ซึ่งศาสนธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
งามทิพย์ มิตรสุภาพ. (2559). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลตำบลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นิสยาการณ์ ชนะค้า. (2564). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านโนนศิลา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. รายงานวิจัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระครูวิสุทธิ์ธรรมานุวัตร (สมเกียรติ วิสุทฺโธ). (2562). รูปแบบการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมจังหวัดชลบุรี. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพครั้งที่ 16. กรุงเทพมหานคร: เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์.
พระพรหมโมลี. (2567). สอบบาลีของสนามหลวงแผนกบาลี พ.ศ.2567. กรุงเทพมหานคร: อาทรการพิมพ์.
พระมหาไกรวรรณ ปุณขันธ์. (2552). ผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสำนักเรียนพระปริยัติธรรม. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระมหาสิริวัฒนา สิริวัชรวรกุล. (2563). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัคนครนายก. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 11-21. (16 เมษายน 2562).
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รังษี สุทนต์. (2556). ความจำเป็นของการเรียนภาษาบาลีในการศึกษาพระพุทธศาสนา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิจิตร ติจันทึก. (2537). การบริหารโรงเรียน. สงขลา: วิทยาลัยเทคนิคสงขลา.
สงกรานต์ อุดทารุณ. (2563). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนแกดำวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26. รายงานวิจัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สมยศ นาวีการ. (2544). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์. (2543). การวางแผนกลยุทธ์ในหน่วยงานทางการศึกษา. นครราชสีมา: สถาบันพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร.
สลิลรัตน์ พลอยประดับ. (2561). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของโรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาในเขตภาคตะวันออก.ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง. (2569). มอบรางวัลสำนักเรียนบาลีดีเด่น. แหล่งที่มา https://infopali.net/ สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569.
สุพล จูมพลน้อย. (2565). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์สำหรับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
Workman J. E. and Freeburg B. W. (2006. Safety and Security in a School Environment: The Role of Dress Code Policies. Journal of Family and Consumer Science, 98(2), 19-24.