TEMPLES IN THE PROMOTION OF LOCAL WISDOM: A CASE STUDY OF TEMPLES IN CHIANG KHAM DISTRICT, PHAYAO PROVINCE
Main Article Content
Abstract
This research article aims to 1) analyze the role of temples in promoting local wisdom, 2) explore and assess the activities and roles of temples in promoting local wisdom in Chiang Kham District, Phayao Province, and 3) propose guidelines for the promotion of local wisdom by temples in the area. This is a qualitative study employing in-depth interviews with 25 key informants. The data were analyzed using Content Analysis.
From the study, the following results are found: 1) Temples play a significant role in local economy by supporting traditional crafts such as weaving, basketry, and local food production through festivals and various activities. In terms of culture and identity, temples serve as central hubs for transmitting traditions, arts, and local performances, thereby reflecting the region's unique characteristics. Regarding education and youth, temples offer opportunities for learning and practicing skills under the guidance of local experts, fostering pride in cultural roots. Moreover, temples create participatory spaces that encourage all community members to engage in thinking, practicing, and preserving local wisdom. 2) The activity formats of temples in Chiang Kham District encompass traditional festivals and rituals, skill-development workshops, knowledge-sharing networks, and exhibitions. These activities collectively contribute to the preservation of local wisdom, providing opportunities for community and youth to learn, develop skills, and create supplementary income, while also fostering awareness and pride in local identity. Evaluation of past activities indicates a strong sense of pride and positive feeling among villagers regarding their tangible participation. 3) Guidelines for promoting local wisdom should prioritize authentic participation by both temples and communities, practical skills training, and intergenerational transfer. Temples should be established as learning centers and platforms for cultural preservation, support community-based economic initiatives, and promote the learning of local language, traditional arts, and music to ensure the sustainability and continuity of local heritage.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
References
กนกพร ฉิมพลี. (2555). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตกรรมเครื่องจักสาน : กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครราชสีมา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
นพรัตน์ สัจจะวิสัย. (2558). การจัดการความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรมของเทศบาลเมืองต้นเป้า อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
น้ำทิพย์ จุลละนันท์. (2557). ประเพณีแห่นาคโหดกับบทบาทด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาสังคม.วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
ปนัดดา สัพโส. (2559). แนวทางการถ่ายทอดความรู้ของภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนในจังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ประจวบ จันทร์หมื่น. (2550). การบูรณาการ คติ ความเชื่อ ในวัฒนธรรมชุมชนและภูมิปัญญาของชาวส่วย เขมร ลาว เยอ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อการดูแลลูกหลานในภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของยุคสมัย.รายงานวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
พระบัญชา สญฺญจิตฺโต (อัครชาติ). (2566). สุทัศน์ประทุมแก้ว และพระพรสวรรค์ฐิติญาโณ. การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเชิงพุทธของชุมชนชาวกูย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพน์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยสงฆ์ศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหากฤษฎา นันทเพรช. (2540). ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
พระสุธีวรญาณ. (2549). พุทธศาสตรปริทรรน์ : รวมผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ.
พัชรินทร์ รุจิรานุกูล และเกศิณี ศิริสุนทรไพบูลย์. (2556). กระบวนการสืบทอดและแนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษาการเล่นทายโจ๊ก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. รายงานการวิจัย. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
อังคณา จัตตามาศ และ อัชฌาพร กว้างสวาสดิ์. (2565). การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมภูมิสารสนเทศสำหรับบริการข้อมูลสารสนเทศชุมชนของอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล.