แนวทางการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนตามหลักศีล 5 ของโรงเรียนในกลุ่มบึงสัมพันธ์ จังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียน 2) เพื่อศึกษาวิธีการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนตามหลักศีล 5 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนตามหลักศีล 5 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย จำนวน 108 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนในภาพรวมและรายด้านทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับมากที่สุด 2) วิธีการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนตามหลักศีล 5 ของโรงเรียนในกลุ่มบึงสัมพันธ์ จังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการป้องกัน เน้นจัดทำคู่มือ แผนเผชิญเหตุ ประเมินความเสี่ยง และจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย (2) ด้านการปราบปราม เน้นกำหนดแนวทางระงับเหตุ ตรวจสอบจุดเสี่ยง และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือและส่งต่อ และ (3) ด้านการปลูกฝัง เน้นสร้างความตระหนักรู้ สอดแทรกความรู้ด้านความปลอดภัย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และ 3) แนวทางการเสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียนตามหลักศีล 5 โรงเรียนในกลุ่มบึงสัมพันธ์ จังหวัดปทุมธานี มุ่งบูรณาการ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการป้องกัน เน้นจัดระบบโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยงทางกายภาพ (2) ด้านการปลูกฝัง เน้นสร้างจิตสำนึกและทักษะชีวิตให้ผู้เรียนมีความเมตตา ซื่อสัตย์ และมีสติยับยั้งชั่งใจ และ (3) ด้านการปราบปราม เน้นบังคับใช้กฎระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อระงับเหตุรุนแรงและยาเสพติด อันจะนำไปสู่การสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กนกอร อุ่นสถานนท์. (2563). การบริหารด้านความปลอดภัยของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(2), 1 – 14.
ปราณี อินทรักษา. (2554). การศึกษาการดำเนินการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระมหาโยธิน โยธิโก. (2559). การพัฒนาคุณภาพมนุษย์ตามหลักศีล 5. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.
ศรัณยา บุญประกอบ. (2549). การศึกษาการจัดบริการความปลอดภัยในโรงเรียนอนุบาลเอกชน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2538). เบญจศีลและเบญจธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฎราชวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). คู่มือการคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนของสถานศึกษา (ฉบับพัฒนา พ.ศ. 2563). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา). กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สุวณีย์ ศรีวรมย์. (2555). สภาพและปัญหาการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอุบัติเหตุของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในจังหวัดนครพนม. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 2(2), 68.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.