แนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้ในยุคโลกโกลาหลตามหลักสัปปายะ 4 กลุ่มโรงเรียนนวพัฒน์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นการบริหารแหล่งเรียนรู้ในในยุคโลกโกลาหล 2) เพื่อศึกษาวิธีบริหารแหล่งเรียนรู้ในยุคโลกโกลาหลตามหลักสัปปายะ 4 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้ในยุคโลกโกลาหลตามหลักสัปปายะ 4 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 92 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความต้องการจำเป็น และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นของการบริหารแหล่งเรียนรู้ในในยุคโลกโกลาหล อันดับที่ 1 คือ ด้านบุคคล อันดับที่ 2 ด้านทรัพยากรธรรมชาติ อันดับที่ 3 ด้านเอกสารสิ่งพิมพ์เทคโนโลยี อันดับที่ 4 ด้านสถานที่ อันดับที่ 5 ด้านอาชีพ อันดับที่ 6 ด้านวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น 2) วิธีบริหารแหล่งเรียนรู้ในยุคโลกโกลาหลตามหลักสัปปายะ 4 ของกลุ่มโรงเรียนนวพัฒน์ ประกอบด้วย (1) อาวาสสัปปายะ
จัดสภาพแวดล้อมและสื่อดิจิทัลให้พร้อมรองรับการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (2) ภัสสสัปปายะ ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมการสื่อสารแบบสองทาง (3) โคจรสัปปายะ บูรณาการเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียน ชุมชน โลกเสมือน และผู้เชี่ยวชาญ (4) อิริยาปถสัปปายะ จัดกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจและความถนัด เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเข้าใจเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) แนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้ในยุคโลกโกลาหลตามหลักสัปปายะ 4 ของกลุ่มโรงเรียนนวพัฒน์ ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
(1) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงความรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว (2) การส่งเสริมการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน (3) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักอิริยาปถสัปปายะ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พัฒนาทักษะ สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการเจริญปัญญาและคุณธรรมของผู้เรียน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). การจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์กระทรวงศึกษาธิการ.
คมจิรวริทธิ์ เรืองฤทธิ์ และคณะ. (2568). แนวทางการพัฒนาทักษะการบริหารสถานศึกษาในยุคโลกโกลาหล BANI World สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล. วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 15(1), 2-3.
เจษฎา อังสนั่น. (2557). การจัดการแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาเขต 21. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พระมหาชวลิต โฆสชโว (โภควรากร), พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ ภูริปญฺโญ และระวิง เรืองสังข์. (2565). แนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ตามหลักพุทธบริหารการศึกษา สำหรับวัดในจังหวัดปทุมธานี. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 9(1), 115–128.
พระอธิการสมภพ ปญฺญาธโร (จิตรภิรมย์). (2561). การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้เพื่อจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานครมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วาสนา แก้วแสงทอง. (2556). ศึกษาการจัดแหล่งเรียนรู้และการบริการในโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของ นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). แนวทางการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลที่เหมาะสมกับผู้เรียนในวัยเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุกฤษฎิ์ อัญบุตร. (2555). การจัดแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาในโรงเรียนหลักขั้นต้นของ กองทัพอากาศ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยวไลอลงกรณ์ในพระราชูปถัมภ์.
อัญชุลี รัตนพร. (2560). แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมตามหลักสัปปายะ 7 ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Katz, R. L. (1955). Skills of an Effective Administrator, (Harvard: Business Press.